หลี่เฟิงให้ทั้งสองคนนอนราบกับพื้น ห้ามขยับ
การนอนราบกับพื้นช่วยไม่ให้ถูกสิ่งนั้นจู่โจม
เขายืนอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองคน สายตาดุดันมองไปรอบด้าน
“หลี่เฟิง นั่นตัวอะไรน่ะ”
อวี๋เสี่ยวลี่แทบจะร้องไห้ออกมา
สิ่งนั้นเร็วมาก แถมทั้งตัวยังให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก น่ากลัวสุด ๆ
“อย่าพูด เงียบไว้”
หลี่เฟิงสั่งให้ทั้งคู่อยู่เงียบ ๆ
เขาจะเตรียมรับมืออันตรายได้ก็ต่อเมื่อเงียบเท่านั้น
ในป่าเงียบสงัด
สิ่งนั้นที่จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนจะหายตัวไปแล้ว
แต่สัญชาตญาณของหลี่เฟิงบอกว่า สิ่งนั้นยังอยู่
และกำลังจ้องเขาด้วยแววตาที่เยือกเย็น
หลี่เฟิงค่อย ๆ ย่อตัวลง นั่งบนพื้น เก็บก้อนหินขึ้นมาสองสามก้อน แล้วดีดไปทางที่สิ่งนั้นหายตัวไป
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว~
ก้อนหินสองสามก้อนพุ่งผ่านไป ใบไม้ในพงหญ้าตรงนั้นก็ร่วงหล่น
ไอ้ตัวแสบนั่นยังคงไม่มีความเคลื่อนไหว
แต่หลี่เฟิงไม่กล้าประมาท
ขณะที่เขาคอยระวังอยู่นั้น เงาดำที่หายไปก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
ฟิ้ว~
เงาดำนั้นโจมตีเข้ามาราวกับสายฟ้า
ตัวมันดำสนิท มีกรงเล็บที่แหลมคมคู่หนึ่ง
ในป่ามีแสงสลัว หลี่เฟิงจึงมองไม่ออกว่ารูปร่างหน้าตาของสิ่งนี้เป็นยังไง
“ไสหัวไป~”
เขาตะโกนก้องแล้วตวัดดาบยาว
กรงเล็บของสิ่งนั้นก็คว้าจับคมดาบของเขาไว้อย่างรวดเร็ว
หลี่เฟิงถีบขึ้นกลางอากาศ โดนตรงท้องของสิ่งนั้น
เขาถีบเงาดำกระเด็นเข้าไปในพงหญ้า
เจี๊ยก ๆ ๆ~
เงาดำถูกถีบกระเด็นแล้วก็ส่งเสียงเจี๊ยกจ๊ากหนีไป
เห็นพงหญ้าไกล ๆ ไหวเอน ต้นไม้โยกคลอน
