ข้อเท้าของอวี๋เสี่ยวลี่บาดเจ็บ เวลาเดินจึงกระเผลกเล็กน้อย
ท่าเดินกระย่องกระแย่งของเธอดูตลกดี
“พี่หลิน ถ้าข้อเท้าหนูไม่หายขาด พี่จะไม่เรียกหนูว่าอีง่อยใช่ไหม”
“อย่าพูดเพ้อเจ้อ เธอแค่ข้อเท้าเคล็ด เดี๋ยวสองวันก็หาย”
มองดูท่าทางการเดินของเธอแล้ว หลี่เฟิงก็อดขำไม่ได้
“พี่หลิน ถึงหนูจะเขยก แต่ร่างกายก็ยังใช้งานได้นะ หนูอาจจะตัวเตี้ย แต่ก็นกกระจอกน้อยที่อวัยวะครบสามสิบสอง หนูมีทุกอย่างที่ควรจะมีครบ”
อวี๋เสี่ยวลี่นี่ทั้งฮาจริง ๆ ทั้งขี้เล่น
สาวน้อยหน้าตาดีน่ารักสดใสและมีชีวิตชีวา
เมื่อทั้งสามคนมาถึงชายหาด
ก็เห็นแต่ซากปลาและกุ้งตายเกลื่อนกลาด
เนื้อปลาเนื้อกุ้งเน่าเสียง่าย
มองแวบเดียวก็เห็นปลากุ้งเรียงรายหนาแน่นเต็มไปหมด
ฉลามตัวใหญ่ตัวหนึ่งก็ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งด้วย
ฉลามตัวนั้นขนาดใหญ่เทอะทะราวกับเนินดินเล็ก ๆ
“ว้าว ฉลามตัวเบ้อเริ่ม” อวี๋เสี่ยวลี่เพิ่งเคยเห็นฉลามใกล้ ๆ เป็นครั้งแรก
หลี่เฟิงและหลินผิงก็เพิ่งเคยเห็นฉลามเป็นครั้งแรกเช่นกัน
น่าเสียดายที่ฉลามตัวนี้ตายแล้ว ตายสนิท
“ปลาพวกกุ้งพวกนี้ตายแล้ว เนื้อก็เสียแล้ว เราหาอย่างอื่นกันดีกว่า”
หลี่เฟิงภาวนาขอให้เจอข้าวของบ้าง
ลมทะเลพัดมา กลิ่นคาวบนชายหาดโชยแรงมาก
บนหาดทรายนุ่มชื้น มีรอยเท้าของทั้งสามคนประทับไว้
“ว้าย! ศพ!”
จู่ ๆ อวี๋เสี่ยวลี่ก็เห็นกองหินโสโครกแห่งหนึ่งมีศพนอนอยู่หลายศพ
