ฟิ้ว~
เงาดำสายหนึ่งพุ่งออกมาจากพงหญ้า ประหนึ่งรถถังน้อยพุ่งชนทั้งสองคน
บ้าจริง~
ที่แท้ก็คือหมูป่าตัวหนึ่ง
หมูป่าตัวนี้คาดว่าน่าจะหนักราวสองสามร้อยชั่ง
บนตัวหมูดำตัวนี้มีรอยเลือดนับไม่ถ้วน
มันคงได้รับบาดเจ็บ ถูกสัตว์บางชนิดจู่โจม พอได้รับบาดเจ็บก็ตกใจวิ่งหนี
“หลบเร็ว”
พอหมูป่าพุ่งเข้ามา หลี่เฟิงก็ผลักหลินผิงออกไปอย่างลนลาน
เขี้ยวคู่นั้นของเจ้าสัตว์เดรัจฉาน ถ้าเกิดทิ่มโดนตัวหลินผิงเข้า ผลลัพธ์คงสาหัสมาก
“อ๊ะ!”
หลินผิงถูกผลักไปด้านข้าง แล้วกลิ้งตกไปในพงหญ้า
ใบหน้าของนางแนบกับพงหญ้า ล้มลงไปอย่างน่าอนาถ
พอหมูป่าพุ่งโจมตีหลินผิงพลาด มันก็หันกลับมาวิ่งชนหลี่เฟิง
เขี้ยวคู่นั้นของเจ้าสัตว์เดรัจฉาน ทั้งขาวทั้งยาว แวววาวเป็นประกาย
หากทิ่มโดนตัวคนเข้า คงเกิดรูโหว่เลือดสองรูแน่
หลี่เฟิงดีดตัวขึ้นจากพื้นราบอย่างรวดเร็ว พลิกตัวกลางอากาศหนึ่งรอบ แล้วกระบองก็ฟาดลงมาอย่างเร็ว
ตุบ~
เขาฟาดด้วยกระบองลงบนหลังของหมูป่า
ทว่าน้ำหนักแค่นี้ ไม่อาจฆ่าหมูป่าได้
น่าเสียดายที่ในมือเขาไร้มีดดาบ
กระดูกสันหลังของหมูป่าโดนกระบองเข้า 1 ครั้ง ก็เจ็บจนร้องคำราม
เจ้าสัตว์เดรัจฉานส่ายหัวแกว่งหาง อย่างบ้าคลั่งพุ่งเข้าใส่พงหญ้า หมายจะโจมตีหลินผิง
เขาว่ากันว่าลูกพลับต้องเลือกบีบลูกนิ่ม คำกล่าวนี้ไม่ผิดเลย
เจ้าสัตว์เดรัจฉานก็รู้จักรังแกคนอ่อนแอกลัวคนแข็งแกร่ง
มันคงตรวจพบว่าหลินผิงอ่อนแอกว่า จึงวิ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
“ป้าหลิน ระวังนะ”
ได้ยินหลี่เฟิงตะโกน หลินผิงก็ลนลานลุกขึ้นมาจากพงหญ้า
“แม่เจ้า มันจะขวิดฉัน”
“พี่หมูป่า อย่าใจร้อน มีอะไรค่อย ๆ คุยกัน”
หลินผิงลุกขึ้นแล้วหันหลังวิ่ง
เขี้ยวคู่นั้นของหมูป่ายาวเกินไป
นางกลัวถูกขวิดจนบาดเจ็บ
