อาคารคณะกรรมการพรรคประจำเมืองเซินไห่
หยางหย่วนปิงยิ้มพลางเดินไปทางประตูใหญ่ ช่วงนี้เขาช่วยผู้บังคับบัญชาจัดการเรื่องต่าง ๆ สำเร็จไปหลายเรื่อง จนอีกฝ่ายพอใจไม่น้อย ครั้งนี้นอกจากจะเป็นตัวแทนเรือนจำหมายเลขหนึ่งเมืองเซินไห่ไปประชุมที่สำนักงานยุติธรรมแล้ว หลังประชุมยังได้รับโอกาสไปศึกษาเพิ่มเติมที่โรงเรียนพรรคอีกด้วย
ใคร ๆ ก็รู้ว่า ถ้าได้ไปเรียนที่โรงเรียนพรรค ก็หมายความว่าอาจจะได้เลื่อนตำแหน่งในไม่ช้า
“หัวหน้าหยางวันนี้ดูสดใสเป็นพิเศษนะ นี่มีเรื่องดีอะไรเข้ามาอีกแล้วหรือไง?!”
เสียงหวานหยดย้อยดังมาจากด้านหลัง หยางหย่วนปิงหันไปมอง แล้วก็พบว่าเป็นเลขาซุนเจี้ยนชุน เลขาของรองนายกเทศมนตรีหลิว
“เลขาซุน ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สวยขึ้นจนดูเด็กลงทุกวันเลยนะ!” หยางหย่วนปิงหัวเราะคิกคัก แต่ลับหลังกลับอดกลืนน้ำลายไม่ได้
เลขาซุนคนนี้ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน แต่เขาไม่มีสิทธิ์คิดอะไรกับเธอหรอก เรื่องแบบนี้ใคร ๆ ก็รู้กันดี
“ฮิ ๆ ปากหวานใช่เล่นนะ!” เลขาซุนเหลือบมองหยางหย่วนปิง ทำเอาเขาเสียววาบไปทั้งตัว “ได้ยินว่าคราวนี้โควตาไปเรียนที่โรงเรียนพรรคเป็นของคุณสินะ”
“เลขาซุนล้อผมเล่นแล้ว ผมได้ไปเรียนก็เพราะรองนายกเทศมนตรีหลิวช่วยผลักดัน ผมกำลังคิดว่าจะหาโอกาสไปเยี่ยมท่าน จะได้ฟังคำสั่งสอนจากท่านด้วยตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าท่านสะดวกเมื่อไหร่ครับ?”
หลิวหมิงเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองเซินไห่ รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและการเมือง ส่วนซุนเจี้ยนชุนเป็นเลขาของเขา
เดิมทีหยางหย่วนปิงเป็นแค่หัวหน้าแผนกตัวเล็ก ๆ ในเรือนจำหมายเลขหนึ่งเมืองเซินไห่ การบุกไปเยี่ยมรองนายกเทศมนตรีตามลำพังย่อมไม่เหมาะ เพราะระดับชั้นห่างกันมากเกินไป
แต่ในเมื่อซุนเจี้ยนชุนเป็นฝ่ายเรียกเขาไว้ แถมยังชวนคุยเรื่องนี้ขึ้นมาเอง หยางหย่วนปิงจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าเธอต้องการสื่ออะไร
“ตอนนี้รองนายกเทศมนตรีหลิวว่างพอดี เมื่อกี้ท่านยังพูดถึงคุณอยู่เลย บอกว่าคุณทำงานได้ดีมาก ถ้าอยากไปเยี่ยมท่าน ตอนนี้ก็เป็นโอกาสเหมาะแล้ว”
“ดีเลยครับ งั้นผมขึ้นไปเดี๋ยวนี้!” ดวงตาหยางหย่วนปิงเป็นประกาย
