“ไอ้หนุ่ม แกไม่รักชีวิตแล้วหรือไง!” หวังเถี่ยจวินลดกระจกลง ตะโกนด้วยความโมโห หากเมื่อครู่เขาเหยียบเบรกช้ากว่านี้อีกนิด คงชนเข้าให้แล้ว
ไอ้หนุ่มที่ยืนขวางถนนผิวคล้ำผอมเกร็ง ตัวไม่สูง ผมดกหนาและหยักศกเล็กน้อย จากสีหน้าและท่าทางดูไม่เหมือนนักเลง
ทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้ หวังเถี่ยจวินย่อมโมโหเป็นธรรมดา
“ผมมาตามหาหัวหน้าหวังเถี่ยจวินจากกองปราบปรามยาเสพติดครับ” พานจ้วงจ้วงพูดเสียงเบา
“มาหาฉัน?” หวังเถี่ยจวินชะงัก
หวังเถี่ยจวินนึกขึ้นได้ว่าตอนกลางวันเหมือนจะมีคนบอกว่ามีเด็กหนุ่มอายุสิบแปดสิบเก้าปีมาหาเขาที่หน้าประตู แต่ตอนนั้นเขากำลังกังวลเรื่องตำรวจสายลับอยู่ ไหนเลยจะมีเวลาสนใจ จึงให้คนไล่กลับไปเสีย
“หรือว่าจะเป็นไอ้หนุ่มคนนี้?” หวังเถี่ยจวินนึกฉงนขึ้นมา ขณะเดียวกันความหวังที่ไร้ที่มาก็พลันก่อตัว ตามมาด้วยความรู้สึกผิด
“ไอ้หนุ่มนี่อาจมาส่งข่าวจากตำรวจสายลับก็ได้ มีความเป็นไปได้จริง ๆ ทำไมฉันถึงมองข้ามเรื่องนี้ไปได้!”
“ฉันหวังเถี่ยจวินเอง ขึ้นรถมาคุยกัน!” หวังเถี่ยจวินปลดล็อกประตูรถ
แม้ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มาจากไหน แต่ที่นี่คือหน้าสำนักงานตำรวจเมือง หวังเถี่ยจวินคิดว่าไม่จำเป็นต้องระแวดระวังเกินเหตุ คงไม่มีใครกล้าก่อเรื่องที่นี่
“ผมขอดูบัตรประจำตัวคุณได้ไหมครับ?” พานจ้วงจ้วงรวบรวมความกล้าถาม
“ดูบัตรเหรอ?” หวังเถี่ยจวินยิ่งตื่นเต้น ไอ้หนุ่มนี่ระมัดระวังขนาดนี้ บางทีอาจเป็นตำรวจสายลับส่งเขามาจริง ๆ!
หวังเถี่ยจวินรีบยื่นบัตรตำรวจให้ พานจ้วงจ้วงไม่ได้รับไป เพียงชะโงกหน้าเข้ามาดูจนแน่ใจ
“หัวหน้าหวัง มีคนฝากสิ่งนี้มาให้คุณครับ!” พานจ้วงจ้วงโยนกระดาษโน้ตที่เตรียมไว้ก่อนแล้วเข้ามาทางหน้าต่างรถ ก่อนหันหลังวิ่งหนีไปทันที
หวังเถี่ยจวินรีบคลี่กระดาษโน้ตดู ตัวอักษรสามคำบนนั้นทำให้เขาหน้าถอดสี
เหยี่ยวทะเล! ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเหยี่ยวทะเล!
