หลังออกจากเรือนจำหมายเลขหนึ่ง หวังเถี่ยจวินไม่ได้กลับบ้าน แต่ตรงกลับไปที่หน่วยทันที
หวังเถี่ยจวินย่อมไม่เชื่อสนิทใจเพียงเพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของอันเสี่ยวไห่เกี่ยวกับสถานการณ์ในตำบลไห่เฟิง ที่จริงเขาเองก็พอจะคาดเดาได้ราง ๆ มานานแล้ว อันเสี่ยวไห่แค่ช่วยเปิดโปงเรื่องที่ปิดบังไว้อยู่เท่านั้น
หวังเถี่ยจวินคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา ตั้งใจจะโทรเรียกสมาชิกกองปราบปรามยาเสพติด แต่พอคิดดูแล้วก็วางหูลง
คำพูดของอันเสี่ยวไห่ยังคงก้องอยู่ในหัวของหวังเถี่ยจวิน
“ฉันเชื่อรัฐบาล แค่ไม่ไว้ใจคนเลวส่วนน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ในรัฐบาล...”
ในกองปราบปรามยาเสพติดมีคนเลวแฝงอยู่หรือเปล่า?
หวังเถี่ยจวินไม่อยากสงสัยเพื่อนร่วมงาน เขาไม่เคยคิดระแวงพวกเดียวกันมาก่อน เขาเชื่อว่าลูกน้องทุกคนล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยอดเยี่ยมและหนักแน่นที่สุด
แต่การถูกโจมตีต่อเนื่องหลายครั้งในช่วงนี้ทำให้ความเชื่อมั่นของหวังเถี่ยจวินเริ่มสั่นคลอน
เรื่องแบบนี้ไม่กลัวหมื่นครั้ง กลัวแค่ครั้งเดียว! ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในการทำงานของเขาอาจนำไปสู่หายนะ และอาจทำให้ตำรวจสายลับต้องสละชีวิต!
ความรับผิดชอบและผลที่ตามมาหนักหนาเกินไปจริง ๆ
“ไม่ได้ ครั้งนี้จะพลาดอีกไม่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นขวัญกำลังใจของทุกคนคงพังทลาย...”
หวังเถี่ยจวินตัดสินใจแน่วแน่ คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ส่งข้อความเรียกตัวลูกน้องเพียงสองคนที่เขาไว้ใจที่สุดเท่านั้น
อันเสี่ยวไห่นอนอยู่บนเตียงคนไข้มาสิบวันแล้ว ตัวเขาเองก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงต้องลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเป็นระยะ ถ้านอนต่อไปแบบนี้คงได้ป่วยจริง ๆ แน่
ไม่มีใครมาเร่งให้อันเสี่ยวไห่กลับห้องขัง ท่าทีของหมอกับพยาบาลก็ดูดีขึ้นเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหยางหย่วนปิงฝากฝังไว้หรือเปล่า
หลิวชงแวะมาเยี่ยมอันเสี่ยวไห่ทุกวัน วันละสองครั้ง เช้ากับบ่าย มาตรงเวลามาก แต่ละครั้งแค่ถามไถ่อาการสั้น ๆ แล้วก็กลับไป อันเสี่ยวไห่เองก็ไม่ได้เป็นฝ่ายชวนคุยมากมาย
ส่วนหลิวจวิ้น ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่เคยโผล่มา อันเสี่ยวไห่ไม่ได้สนใจจะถามถึงแม้แต่น้อย
