เด็กที่เติบโตมาในหมู่บ้านชาวประมงแทบทุกคนต้องเคยมีเรื่องชกต่อยกัน และอันเสี่ยวไห่ยังมีประสบการณ์จริงในการต่อสู้มากมายอีกด้วย ไม่อย่างนั้นพอได้ยินว่าหลินเสวียนเอ๋อร์ถูกรังแก เขาคงไม่พุ่งเข้าไปช่วยโดยไม่คิดอะไรเลย
อันเสี่ยวไห่เคยเจาะจงศึกษาวิธีอัดคนให้ได้ผลที่สุด รวมถึงวิธีป้องกันตัวเองให้ได้มากที่สุดตอนถูกอัดด้วย จุดไหนลงมือได้ตามใจ จุดไหนเป็นจุดอันตรายที่ห้ามแตะ เขารู้ดีทั้งหมด
ตอนฝึกทหารที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศ อันเสี่ยวไห่เคยฝึกมวยทหารอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ตอนนั้นเขาไม่มีความอดทนพอจะฝึกมวย แถมยังทนความลำบากไม่ไหว ฝึกได้แค่สองวันก็เริ่มอู้งานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้นร่างกายของอันเสี่ยวไห่ยังผอมแห้งอ่อนแอ ท่าต่อสู้หลายอย่างถึงจะรู้วิธี แต่ถ้าไม่มีร่างกายแข็งแรงเป็นพื้นฐาน ก็ทำออกมาไม่ได้
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
หลังจากฝึกหนักอย่างตั้งใจมาหลายเดือน ทั้งยังได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ แม้รูปร่างของอันเสี่ยวไห่จะดูไม่เปลี่ยนไปมากนัก แต่เขาก็ไม่ใช่อันเสี่ยวไห่ที่ผอมแห้งอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
จมูกเป็นส่วนเดียวบนใบหน้าที่นูนออกมา กระดูกสันจมูกก็เป็นกระดูกอ่อน แทบไม่มีแรงป้องกันเลย หากถูกกระแทกอย่างแรง นอกจากจะบาดเจ็บได้ง่ายแล้ว ยังทำให้ตาพร่า น้ำมูกน้ำตาไหล และหมดแรงต่อต้านไปชั่วขณะ
ถ้าจะโจมตีจมูก วิธีที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่ใช้หมัด แต่เป็นฝ่ามือ เพราะมีพื้นที่สัมผัสกว้างกว่าและทำให้เจ็บนานกว่า!
ฝ่ามือของอันเสี่ยวไห่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง ตอนที่มือกระแทกเข้ากับกระดูกสันจมูกของอีกฝ่าย เขาได้ยินเสียงกร๊อบเบา ๆ อย่างชัดเจน
