“กัวเสียงสุ่ย ดีมาก! เรียกมาอีกสองคน แล้วช่วยพยุงพวกเขาไปกับฉัน”
ผู้คุมหนุ่มก็ถอนหายใจโล่งอก น้ำเสียงเป็นมิตรขึ้นเล็กน้อย ถ้ากัวเสียงสุ่ยไม่ก้าวออกมา วันนี้เขาคงเสียหน้าแย่
การโดนผู้บังคับบัญชาตำหนิเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าถูกนักโทษทำให้เสียหน้าต่อหน้า ก็จะสร้างปัญหาให้การทำงานของเขาในภายหลังอีกมาก
แต่กัวเสียงสุ่ยคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร ผู้คุมหนุ่มเองก็คาดไม่ถึงว่าวันนี้อีกฝ่ายจะออกหน้าช่วย
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือจัดการสถานการณ์ตรงหน้าให้เรียบร้อยก่อน
“พวกนายมากับเรา ส่วนที่เหลือรีบเก็บกวาดที่นี่ให้เร็วที่สุด ตอนฉันกลับมา ทุกอย่างต้องกลับมาเหมือนเดิม เข้าใจไหม?!”
ยังไม่ทันที่พวกนักโทษจะตอบอะไร ผู้คุมหนุ่มก็หันหลังเดินจากไป นักโทษคนอื่นช่วยกันพยุงผู้บาดเจ็บหลายคนเดินตามไปติด ๆ
ผู้คุมสูงวัยหันกลับมาถลึงตาใส่นักโทษทุกคนอย่างดุดัน ก่อนชี้นิ้วใส่บางคนในกลุ่ม แล้วจึงหันหลังจากไป
ในห้องพยาบาล หมอกำลังทายาให้อันเสี่ยวไห่ คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันแน่น
หมอชื่อหลิวเสวี่ยเหมย อายุราว 40 ปี รูปร่างท้วมนิดหน่อย เธอคือคุณป้าคนนั้นที่สวีเทียนโย่วพูดถึง สวีเทียนโย่วนึกว่าหลิวเสวี่ยเหมยเป็นพยาบาล แต่จริง ๆ แล้วเธอทำงานสองหน้าที่ด้วยตัวคนเดียว
ตั้งแต่แรก หลิวเสวี่ยเหมยก็จับตาดูอันเสี่ยวไห่เป็นพิเศษ เธอมีลูกชายอายุไล่เลี่ยกับอันเสี่ยวไห่ อีกทั้งอันเสี่ยวไห่ยังแตกต่างจากนักโทษทั่วไป เขามีบรรยากาศของคนรักการอ่านติดตัวอย่างชัดเจน
หลิวเสวี่ยเหมยรู้สึกแปลกใจ เด็กแบบนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ด้วยเหตุนี้ เธอถึงกับไปถามหัวหน้าแดนคุมขังเป็นพิเศษว่าอันเสี่ยวไห่เข้ามาอยู่ที่นี่เพราะอะไร พอรู้เรื่องแล้ว เธอก็ยิ่งรู้สึกเสียดายแทนเขา
