อันเสี่ยวไห่ไม่พูดอะไร เขาเหลือบมองกัวเสียงสุ่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลง
ในสถานการณ์แบบนี้ต้องระวังให้มาก แม้ผลลัพธ์นี้จะเป็นสิ่งที่อันเสี่ยวไห่อยากเห็นที่สุด แต่ก็รับปากเร็วเกินไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นความพยายามทั้งหมดก่อนหน้านี้จะสูญเปล่า
กัวเสียงสุ่ยเป็นจิ้งจอกเฒ่า จะไม่รู้ได้ยังไงว่ามีเล่ห์เหลี่ยมซ่อนอยู่ เขายิ้มร่าพลางเดินเข้ามา นั่งลงข้างอันเสี่ยวไห่ ทำท่าสนิทสนมอย่างยิ่ง
“อาไห่ ถอยกันคนละก้าวเถอะ ทะเลาะกันต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ดีกับใครทั้งนั้น
ตอนนายไม่อยู่ที่นี่ ครูโม่ก็พูดแล้วว่า ถ้าเรือนจำหมายเลข 27 เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ทุกคนรวมถึงเขาก็พลอยซวยไปด้วย
เห็นแก่หน้าพี่สุ่ยอย่างฉันเถอะ เรื่องนี้จบแค่นี้ เป็นไง?”
“ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้หน้าพี่สุ่ยนะ ผมพูดไปแล้วว่าผมแค่อยากติดคุกอย่างสงบ พวกเขาเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน”
“จะไปโทษพวกเขาก็ไม่ได้ ที่นอนที่นายใช้เป็นของอาเฉียง อาเฉียงกับอาเต๋อเป็นพี่น้องที่สนิทกัน พออาเฉียงจากไป อาเต๋อก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา คนเราต้องมีน้ำใจต่อกันสิ!”
กัวเสียงสุ่ยโอบไหล่อันเสี่ยวไห่พลางเกลี้ยกล่อม ท่าทางเหมือนพี่ใหญ่ที่เข้าอกเข้าใจคนอื่นไม่มีผิด
“แล้วโทษที่ผมโดนเพิ่มเพราะเรื่องนี้ ก็ปล่อยไปแบบนี้เลยเหรอ?”
“ก็ต้องปล่อยไปแบบนี้สิ แล้วจะทำยังไงได้อีก จะให้ อาเต๋อชดใช้ให้นายหรือไง? อีกอย่าง นายซ้อมเขาจนเป็นสภาพนั้น เขาเป็นหัวหน้า จะไม่รักษาหน้าตัวเองหน่อยเหรอ? โทษเขาก็เพิ่มเหมือนกัน
เอาละ ๆ ทุกคนถอยกันคนละก้าว เรื่องนี้ก็ถือว่าจบกันไป ไว้หน้าเขาสักหน่อย แล้วก็ไว้หน้าฉันกับทุกคนด้วย ดีไหม?
