อันเสี่ยวไห่มาถึงห้องเยี่ยมญาติ ด้านนอกกระจกกั้นมีแค่เฉินสุ่ยเฟินคนเดียว หลินเสวียนเอ๋อร์ไม่ได้มาด้วย
หัวใจของอันเสี่ยวไห่กระตุกวูบ แต่ก็ยังฝืนยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินเข้าไปหา
“แม่”
อันเสี่ยวไห่เพิ่งยกหูโทรศัพท์ขึ้นเรียกแม่ได้คำเดียว เฉินสุ่ยเฟินก็ร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เรื่องเพิ่มโทษคงปิดเฉินสุ่ยเฟินไม่มิดอยู่แล้ว หนังสือแจ้งโทษจากเรือนจำส่งถึงบ้านตั้งนานแล้ว ตอนนี้ยังมาเห็นอันเสี่ยวไห่ที่มีแผลเต็มหน้าอีก เฉินสุ่ยเฟินจะกลั้นน้ำตาไหวได้ยังไง?
“ไม่เป็นไรนะแม่ พวกเราได้เจอกันแค่เดือนละครั้ง อย่ามัวแต่ร้องไห้เลย ไม่ได้คุยกับแม่นานแล้ว ผมอยากคุยกับแม่สักหน่อย...”
อันเสี่ยวไห่ทำได้แค่ปลอบเสียงเบา เฉินสุ่ยเฟินร้องไห้อยู่นานกว่าจะพอควบคุมอารมณ์ได้
“เสวียนเอ๋อร์จะมา แต่แม่ยืนกรานไม่ให้เธอมา แม่รู้ว่าลูกต้องบาดเจ็บอีกแน่ ๆ ไม่อยากให้เธอเห็นลูกในสภาพแบบนี้...” เฉินสุ่ยเฟินพึมพำคล้ายคนละเมอ
อันเสี่ยวไห่ขมวดคิ้วแน่น เห็นได้ชัดว่าอาการของเฉินสุ่ยเฟินไม่ปกติ
“แม่ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า? ถ้ามีอะไร แม่ต้องบอกผมนะ อย่าปล่อยให้ผมคิดฟุ้งซ่าน อย่าให้ผมต้องเดา เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้ว” เฉินสุ่ยเฟินพยักหน้า “ช่วงนี้มีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อยจริง ๆ”
“เรื่องอะไรกันแน่?”
เฉินสุ่ยเฟินเม้มปาก ลังเลอยู่นาน ก่อนจะยอมพูดออกมาในที่สุด
“เสี่ยวไห่ เรื่องนี้ฟังดูแปลกมาก ช่วงสองสามวันนี้เจี่ยเหล่าเอ้อร์ชอบมาวุ่นวายที่บ้าน บางทีก็ยังหน้าด้านอยู่กินที่บ้านไม่ยอมกลับ
แม่ทำอะไรเขาไม่ได้ ก็เลยต้องอดทนไปแบบนี้ ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ก่อเรื่องใหญ่ไปกว่านี้”
ไอ้เวรเอ๊ย...
อันเสี่ยวไห่เดือดดาล คิดไม่ถึงว่าตอนนี้เจี่ยเหล่าเอ้อร์ยังจะมาก่อเรื่องแบบนี้อีก ทนได้ก็เรื่องแล้ว แต่แบบนี้มันเกินไป!
ตอนที่พี่น้องสองคนนั่นของหลิวจวิ้นมารังควานครอบครัวอัน เขากลับหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ ตอนนี้เพิ่งจัดการปัญหาได้ เขาก็โผล่มาอีก เห็นได้ชัดเลยว่าคนคนนี้มันเป็นตัวอะไร
