อู๋กวนไห่นั่งอยู่ตรงนั้น ท่าทางดูไม่ผิดปกติอะไร แต่อันเสี่ยวไห่สัมผัสได้จากภาษากายว่าในใจเขากำลังกระวนกระวายอย่างหนัก
ท่านั่งของอู๋กวนไห่เห็นชัดว่าเป็นท่าป้องกันตัว เขาคงกลัวว่าอันเสี่ยวไห่จะลุกพรวดขึ้นมาทำร้ายเขากะทันหัน
อันเสี่ยวไห่ยืนมองอู๋กวนไห่อยู่นาน จนอู๋กวนไห่เริ่มรู้สึกขนลุก ขณะที่กำลังจะถามว่าอันเสี่ยวไห่มองเขาแบบนั้นทำไม จู่ ๆ อันเสี่ยวไห่ก็เดินจากไป
หลิวเจียงเองก็จับตาดูอันเสี่ยวไห่อยู่ ในแววตาของเขามีทั้งความอยากรู้อยากเห็นและความท้าทายแฝงอยู่เล็กน้อย
อันเสี่ยวไห่ยิ้มบาง ๆ แล้วหลบสายตาของหลิวเจียง
โดยทั่วไปแล้ว นี่ถือเป็นการแสดงท่าทีอ่อนข้อ แต่อันเสี่ยวไห่ไม่สนใจ เบื้องหลังยังมีคนคอยบงการให้เขาปวดหัวมากพอแล้ว เขาไม่อยากหาเรื่องใหม่ใส่ตัวง่าย ๆ
หวังปู้ไหลดูตื่นเต้นมาก เขานอนเอนอยู่บนเตียง พลางขยิบตาให้อันเสี่ยวไห่ มือก็ทำท่าจ้วงแทงคน ท่าเดียวกับที่อันเสี่ยวไห่ใช้แปรงสีฟันแทงหลิวจวิ้นในคืนนั้นไม่มีผิด
ที่แท้วันนั้นหวังปู้ไหลก็ตื่นอยู่จริง ๆ
อันเสี่ยวไห่ยิ้มตอบหวังปู้ไหลอย่างอ่อนโยน หวังปู้ไหลยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิม ชูนิ้วโป้งให้อันเสี่ยวไห่ พวกนักเลงกระจอกแบบนี้ชอบใช้กำลังวัดกันเป็นประจำ ย่อมเลื่อมใสคนที่โหดกว่าอยู่แล้ว
ในสายตาของหวังปู้ไหล อันเสี่ยวไห่ถือเป็นคนโหดอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนเผิงหยวนกุ้ย อันเสี่ยวไห่ไม่แม้แต่จะปรายตามอง คนคนนี้มืดมนเกินไป อันเสี่ยวไห่ไม่อยากไปพัวพันด้วย
อันเสี่ยวไห่เดินตรงไปที่เตียงของตัวเอง แล้วเริ่มเก็บข้าวของอย่างไม่รีบร้อน จริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรให้เก็บมากนัก ที่หยางหย่วนปิงทำแบบนี้ไม่ต่างจากการบอกคนพวกนั้นว่า อันเสี่ยวไห่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของเขา
“พี่ไห่ นายออกไปได้แล้วเหรอ?!” หวังปู้ไหลลุกขึ้น กระโดดไปนอนบนเตียงของเผิงหยวนกุ้ย แล้วถามขึ้น
“จะมีเรื่องดีขนาดนั้นได้ยังไง ฉันแค่ย้ายห้อง จะย้ายไปเขตเอ”
