“เถี่ยจวิน วันนี้ลมอะไรหอบนายมาถึงบ้านฉันได้ล่ะ?” เกาจิ้งยิ้มร่า พลางรินชาให้หวังเถี่ยจวิน
“มาถึงบ้านนายทั้งที แน่นอนว่าต้องมีธุระสิ” หวังเถี่ยจวินยิ้มรับถ้วยชาแล้วพูด
“นายนี่นะ นอกจากเรื่องงานก็ไม่มีเรื่องอื่นแล้วจริง ๆ ยอมใจนายเลย!”
“ไม่งั้นจะให้ทำไงล่ะ นายเป็นอัยการใหญ่ ส่วนฉันเป็นหัวหน้าหน่วยปราบปรามยาเสพติด จะให้ฉันตีสนิทกับนายเรื่องอื่นได้ที่ไหน”
“นายนี่นะ...” เกาจิ้งยิ้มเจื่อน “ว่ามาสิ มีเรื่องอะไร?”
“ฉันมาที่นี่เพราะคดีหนึ่ง...” หวังเถี่ยจวินเล่าเรื่องคดีของอันเสี่ยวไห่ให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
“ฉันได้ยินเรื่องคดีนี้แล้ว อันเสี่ยวไห่คนนั้นก็เป็นเด็กเรียนดีคนหนึ่ง น่าเสียดายจริง ๆ”
“ใช่ น่าเสียดายมาก เพราะงั้นฉันถึงอยากมาขอร้องนาย ดูว่าจะช่วยให้เขาได้รับโทษเบาลงได้ไหม”
“วันนี้เป็นอะไรไป? พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง?” เกาจิ้งอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ
“ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม? หัวหน้าหวังผู้โด่งดังของพวกเราถึงกับฝากฝังคนอื่นเป็นด้วย แถมยังมาฝากฝังถึงที่นี่อีก? แต่นายคงมาผิดที่แล้วมั้ง ที่นี่สำนักงานอัยการ ไม่ใช่ศาล!”
“ฉันรู้ว่าที่นี่เป็นสำนักงานอัยการ แล้วก็รู้ว่าอัยการใหญ่เกาเป็นคนยุติธรรมไม่เห็นแก่หน้าใคร แต่เกา นายรู้ไหมว่าอันเสี่ยวไห่พลาดพลั้งฆ่าคนเพราะอะไร?”
“ได้ยินว่าทำไปเพื่อช่วยเด็กสาวคนหนึ่ง มีพวกอันธพาลกลุ่มหนึ่งลวนลามเด็กคนนั้น เรื่องถึงได้บานปลายเป็นคดีนี้”
“แล้วนายรู้ไหมว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร?”
“ไม่รู้ ไม่ได้ใส่ใจ”
“ฉันบอกให้ก็ได้เกา เด็กคนนั้นชื่อหลินเสวียนเอ๋อร์”
“หลินเสวียนเอ๋อร์... อ้อ! ฉันจำได้ว่าลูกสาวของหลินเจี้ยนกั๋วก็ชื่อหลินเสวียนเอ๋อร์ หรือว่าจะเป็นเธอ?”
“ใช่ เธอนั่นแหละ เพราะคดีนี้เกี่ยวข้องกับหลินเสวียนเอ๋อร์ ฉันเลยติดตามรายละเอียดเป็นพิเศษ
