เมื่อเห็นสีหน้าของอันเสี่ยวไห่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ หยางหย่วนปิงเองก็รู้สึกลำบากใจไม่น้อย เขารู้ดีว่าอันเสี่ยวไห่กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูแบบไหน จนอดรู้สึกหมดหนทางแทนเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้
“อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป เรื่องอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ยังไงก็ต้องมีทางออก เอาละ เรื่องนี้เดิมทีฉันไม่ควรบอกนาย ฉันกลับก่อนนะ”
ผ่านไปครู่ใหญ่ หยางหย่วนปิงพูดพลางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
“หัวหน้าหยาง ผมอยากขอร้องคุณเรื่องหนึ่ง” ตอนนี้อันเสี่ยวไห่ค่อย ๆ กลับมาสงบลงแล้ว เขาจ้องหยางหย่วนปิงไม่กะพริบตาพลางเอ่ยขึ้น
“ลองพูดมาสิ ฉันยินดีช่วย แต่รับปากไม่ได้ว่าจะทำสำเร็จ”
“หัวหน้าหยางช่วยกดเรื่องนี้ไว้สักหน่อยได้ไหม อย่าเพิ่งให้ข่าวแพร่ออกไป”
“ก็พอได้ แต่ฉันกดไว้ได้ไม่นาน”
“ครึ่งเดือน ได้ไหมครับ?”
“เรื่องนี้... ก็ได้!” ในที่สุดหยางหย่วนปิงก็พยักหน้า หานเจี้ยนหย่งสั่งให้เขาปล่อยข่าวแบบนี้ เขาปฏิเสธไม่ได้ แต่ถ่วงเวลาไว้สักครึ่งเดือนก็น่าจะไม่มีปัญหาใหญ่
“หัวหน้าหยาง... ช่างเถอะ บุญคุณครั้งนี้ผมจะจำไว้” ในที่สุดอันเสี่ยวไห่ก็ยิ้มออกมา
หยางหย่วนปิงพยักหน้า ก่อนถอนหายใจในใจอีกครั้ง แล้วหันหลังเดินจากไป
ท่ามกลางความมืด อันเสี่ยวไห่หลับตาลง
การกระทำของหยางหย่วนปิงชัดเจนมาก เขากำลังบอกอันเสี่ยวไห่ว่ามีคนสั่งให้เขาปล่อยข่าวนี้ หยางหย่วนปิงปฏิเสธไม่ได้ แต่กลับเลือกแจ้งให้อันเสี่ยวไห่รู้ล่วงหน้า
ครั้งนี้หยางหย่วนปิงช่วยเขาไว้มากจริง ๆ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำไปด้วยเหตุผลอะไร หากดูแค่ผลลัพธ์ เขาก็ช่วยให้อันเสี่ยวไห่มีเวลาเตรียมตัวเพิ่มอีก 15 วัน
อันเสี่ยวไห่เคยคิดเรื่องการแก้แค้นของหลิวจวิ้นอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ไม่ใส่ใจนัก อย่างไรเสีย คนไร้ประโยชน์ที่อยู่ในคุกคงก่อเรื่องอะไรไม่ได้ แต่เขาไม่คิดเลยว่าหลิวจวิ้นยังมีพี่น้องอีกสองคน
