คนบนเตียงผู้ป่วยดูคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก แต่อันเสี่ยวไห่กลับนึกไม่ออกว่าเคยเจออีกฝ่ายที่ไหน
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้บ่อย คนปกติที่ต้องเข้าสังคมย่อมพบคนแปลกหน้ามากมายในแต่ละวัน คนส่วนใหญ่แค่เดินสวนกัน หรือไม่ก็เห็นผ่านตาแวบเดียวท่ามกลางฝูงชน
อันเสี่ยวไห่เป็นโรคความจำเกินปกติ ขอแค่ใครเคยปรากฏตัวต่อหน้า เขาก็จะจดจำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคนคนนั้นไว้ ชายบนเตียงผู้ป่วยคนนี้อาจเป็นกรณีแบบนั้น
“เอ๊ะ นายนี่เองพี่ไอดอล! นายมาอยู่ที่นี่ได้ไง บังเอิญจัง!”
บังเอิญกับผีน่ะสิ...
ตอนอันเสี่ยวไห่กำลังสังเกตชายบนเตียง อีกฝ่ายก็เห็นเขาเข้า ดวงตาของหมอนั่นเป็นประกายวาบ ก่อนจะเอ่ยขึ้นทันที แม้แต่เสียงครางโอเวอร์ที่ส่งออกมาก็หยุดลง
อันเสี่ยวไห่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ชายบนเตียงอายุไล่เลี่ยกับเขา หน้าตาหล่อเหลาไม่น้อย ย้อมผมสีทองทั้งหัว ดูท่าจะเพิ่งเข้ามา ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางไว้ผมยาวได้ แต่อันเสี่ยวไห่พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าคนคนนี้เป็นใคร
“พี่ไอดอล ที่แท้นายจำฉันไม่ได้สินะ ขอแนะนำตัวหน่อย ฉันชื่อสวีเทียนโย่ว ยินดีที่ได้รู้จัก!”
สวีเทียนโย่วยื่นมือขวาออกมา ท่าทางเหมือนจะจับมือกับอันเสี่ยวไห่ แต่ระยะห่างระหว่างพวกเขาอย่างน้อยก็สองสามเมตร
อันเสี่ยวไห่ยังคงนิ่งเฉย ทว่าข้างในกลับปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์ ในที่สุดเขาก็จำคนตรงหน้าได้แล้ว!
สวีเทียนโย่วเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของกลุ่มค้ายาเสพติดไห่ฝัวเหยีย พ่อของเขาคือสวีฉงฮวา เจ้าพ่อค้ายาเสพติดชื่อดังแห่งมณฑลไห่ซี!
หลายปีต่อมา สวีเทียนโย่วกับพวกถูกตำรวจล้อมไว้บนเกาะแห่งหนึ่ง พวกนั้นอาศัยอาวุธเบาและหนักในมือดื้อดึงต่อต้านอยู่นานเกือบหนึ่งเดือน กว่าพวกเขาจะถูกจับได้ ตอนนั้นสวีเทียนโย่วผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
ช่วงท้ายของการต่อสู้ครั้งนั้นมีการถ่ายทอดสด ตอนสวีเทียนโย่วถูกลากออกมาจากถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่ ภาพก็จับใบหน้าเขาแบบเต็ม ๆ
