อาโม่กลับไปอย่างห่อเหี่ยว
เมื่อได้ฟังรายงานของอาโม่ อาตูลาจึงเดือดดาลจนแทบคลุ้มคลั่ง
ซานโฝฉีอาศัยสิ่งใดเก็บภาษีผ่านทางในหลิงหยาเหมินได้สูงลิ่ว?
อาศัยกองทัพเรืออันแข็งแกร่ง!
หากวันนี้ถูกคนต่างถิ่นเหล่านี้หยามเกียรติ ต่อไปพ่อค้าเหล่านั้นจะยังยอมจ่ายเงินแต่โดยดีอีกหรือ?
“เรียกระดมเรือรบทั้งหมด ให้คนซ่งพวกนี้ได้เห็นฤทธิ์ของพวกเรา!”
“ยามนี้พวกเรามีเรือรบเพียง 20 ลำ อิสตัครีมีเรือรบ 50 ลำที่เกาะหลินเจียยังพ่ายแพ้ พวกเรา...” อาโม่กล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
“หยุดพูดเหลวไหล รีบไป!”
“ขอรับ!”
เรือรบของซานโฝฉีเริ่มรวมพล
อาตูลาซ่อนตัวอยู่ในเมือง ยืนอยู่บนที่สูงแล้วลอบมอง
กำแพงเมืองของหลิงหยาเหมินเป็นเพียงดินเตี้ยๆ นับว่าเป็นกำแพงเมืองไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ท่านหลี่ เรือรบของซานโฝฉีกำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเราแล้ว” ผู่หลัวซินเตือน
“เห็นแล้ว”
“บัดนี้จะทำเช่นไร?”
“รอให้พวกมันเข้ามาใกล้อีกสักหน่อยแล้วค่อยลงมือ”
เวลานี้ เหล่าพ่อค้าในท่าเรือต่างสังเกตเห็นความผิดปกติแล้วอย่างชัดเจน
กองทัพเรือซานโฝฉีค่อยๆ โอบล้อมเข้ามา
หลี่เป่าไม่ได้พาเรือรบทั้ง 28 ลำมาด้วย เพียงนำมา 13 ลำ อีก 15 ลำยังคงจอดอยู่ที่เกาะหลินเจีย
หากดูเพียงจำนวน ซานโฝฉีย่อมได้เปรียบ
ทว่าเมื่อนำขนาดเรือรบของซานโฝฉีมาเทียบกับเรือรบต้าซ่งแล้ว ช่างน่าดูแคลนยิ่งนัก
กองทัพเรือซานโฝฉีเร่งมุ่งเข้าหากองทัพซ่ง เมื่อระยะห่างลดลงก็เริ่มใช้ธนูโจมตีก่อน
อาตูลาที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองและยืนบนที่สูงเห็นดังนั้น ก็ร้องตะโกนอย่างฮึกเหิมทันทีว่า “โจมตีให้หมด ให้คนซ่งพวกนี้ได้ลิ้มรสฤทธิ์ของพวกเรา!”
