เซียวหลี่ซู่เพิ่งหยุดทัพได้ไม่นาน ก็ไม่มีเวลาจัดกระบวนทัพเสียแล้ว
ท่ามกลางความพร่าเลือน เขามองเห็นทหารม้าหนักของกองทัพซ่งข้ามกองศพที่กองพะเนิน แล้วพุ่งตรงมาทางนี้
ทหารกองหน้าแห่งกองทัพจินยังไม่ทันส่งเสียงร้องสักแอะ ก็ถูกทหารม้าที่โถมเข้ามาราวคลื่นยักษ์ซัดกระเด็น
แนวรบที่ตั้งขึ้นอย่างเร่งร้อนถูกฉีกกระจุย
แม้แต่จะต้านทานก็ยังไร้ประโยชน์
ท่ามกลางเสียงร้องระงม ทหารม้าเหล็กแห่งกองทัพซ่งทะลวงผ่านทหารราบของกองทัพจินทั้งกองราวกับหักไม้ผุ
แม้ไม่อาจโอบล้อมได้ แต่กองหน้าของกองทัพจินก็แทบหมดสภาพแล้ว
เซียวหลี่ซู่ถูกกีบเหล็กย่ำจนแหลกเป็นเนื้อบด ส่วนทหารจินที่ยังมีชีวิตต่างแตกหนีกระจัดกระจายไปทั่ว
“รายงาน! รายงาน! กองทัพเราตีทหารม้าเหล็กฝูถูแตกแล้ว!”
เมื่อได้ยินข่าว หลูคงก็ยืนนิ่งงันอยู่กับที่
ข่าวดีมาถึงรวดเร็วถึงเพียงนี้เชียว!
“รายงาน! กองทัพเราตีกองหน้าชาวจินแตกแล้ว!”
“เร็ว! เร็วเข้า! ถ่ายทอดคำสั่ง ให้กองหน้าของเราออกโจมตี!” หลูคงออกคำสั่งด้วยมือที่สั่นเทา
เสียงแตรศึกอันกึกก้องดังมาจากนอกเมืองทางทิศเหนือ นั่นคือสัญญาณให้ทั้งกองทัพบุกเข้าโจมตี
ศึกมาถึงขั้นนี้แล้ว กองทัพจินหมดโอกาสพลิกสถานการณ์
องค์กรหรือหมู่คณะของมนุษย์ล้วนพอจะอธิบายด้วยโครงสร้างแบบพีระมิดได้
กองทัพในยุคโบราณก็เช่นกัน
ยอดทหารชั้นเยี่ยมมีอยู่ราวร้อยละ 20 ของกองทัพ ส่วนอีกร้อยละ 80 ล้วนเอนเอียงไปตามกระแส ทำศึกได้ดีเฉพาะยามได้เปรียบ
กล่าวคือ เมื่อสถานการณ์เป็นใจ คนร้อยละ 80 เหล่านี้ก็จะเริ่มบุก เกิดเป็นแรงทะลวงมหาศาลกลืนกินสนามรบ
แน่นอนว่า ในกองทัพพิเศษอาจแบ่งย่อยได้ละเอียดกว่าเดิม ทหารร้อยละ 10 เป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ ร้อยละ 20 เป็นทหารชั้นเยี่ยม ส่วนอีกร้อยละ 70 ถนัดศึกยามได้เปรียบ
อย่างเช่นทหารม้าเหล็กฝูถูเป็นกำลังร้อยละ 10 ในสังกัดจินอูจู๋ กองม้ากว่ายจื่อกับทหารราบหนักเป็นกำลังร้อยละ 20 ส่วนอีกร้อยละ 70 ล้วนเป็นพวกคอยดูสถานการณ์
