หานฉางกวาดตามองรอบด้าน ในใจเดือดดาลยิ่งนัก
สถานการณ์ยามนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่สุด แม้ทหารราบกองทัพซ่งจะเข้ามาเสริมกำลัง ทว่าก็เพียงฝืนประคองสถานการณ์ ขอเพียงให้เวลาเขาอีกนิด ต่อให้เพียงนิดเดียว ย่อมสามารถตีแนวป้องกันของทหารราบกองทัพซ่งให้แตกได้เป็นแน่
ขอเพียงแนวป้องกันของทหารราบกองทัพซ่งพังลง เมื่อดูจากสภาพปีกขวาของกองทัพซ่งในยามนี้ หากใช้กองทหารม้าเหล็กฝูถูบุกสังหาร ย่อมกวาดล้างได้ราวลมสารทพัดใบไม้ร่วง
ในช่วงคับขันเช่นนี้ หานฉางหันมองไปทางทิศตะวันตก ที่นั่นยังมีกองม้ากว่ายจื่อซึ่งก่อนหน้านี้คอยรบพัวพันกับทหารม้ากองทัพซ่งอยู่ตลอด
ยิ่งไปกว่านั้น กองม้ากว่ายจื่อที่ปีกขวามิได้มีจำนวนน้อย กำลังพลรวมมีอย่างน้อยสามพันนาย กระจายอยู่ทั่วพื้นที่หลายลี้โดยรอบ
นี่นับเป็นแผนสำรองที่หานฉางเตรียมไว้ เผื่อเกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุดขึ้นกับตน
แล้วกองม้ากว่ายจื่อจะช่วยแก้สถานการณ์อับจนของกองทหารม้าเหล็กฝูถูในยามนี้ได้อย่างไร?
ได้ และยังมีประโยชน์ยิ่งนัก!
จุดแข็งที่สุดของทหารม้าหนักอย่างกองทหารม้าเหล็กฝูถู คือการบุกทะลวงพร้อมกัน เมื่อก่อแรงปะทะขึ้นได้แล้ว พลังทำลายล้างย่อมน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ทว่าหากไม่อาจฝ่าแนวข้าศึกได้ ระยะห่างระหว่างทหารม้าแต่ละนายจะหดแคบลงอย่างรวดเร็ว กระแสการบุกทะลวงทั้งขบวนก็จะช้าลง
เมื่อพื้นที่ถูกบีบให้แคบลง ทหารม้าที่นั่งอยู่บนหลังม้าก็ไม่ต่างจากเป้านิ่ง
ส่วนกองม้ากว่ายจื่อเป็นทหารม้าขนาดกลาง มีความคล่องแคล่วสูง สามารถช่วยกองทหารม้าเหล็กฝูถูเก็บกวาดข้าศึกรอบด้านได้อย่างรวดเร็ว เปิดช่องทางให้กองทหารม้าเหล็กฝูถูฝ่าออกไป
ท่ามกลางสนามรบอันโกลาหล รอบด้านเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนสังหาร หานฉางหอบหายใจถี่ เขาเห็นราง ๆ ว่ากองม้ากว่ายจื่อกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาทางนี้
