“ผู้ใดกล้าบุกเข้ามาในเรือนของข้า!” หลี่ฮ่วนพาคนบุกออกมา
แต่พอออกมาเห็นปันจื๋อสำนักองครักษ์หลวง เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
“ท่านเป็นใครหรือ?”
“ใครคือหลี่ฮ่วน?”
“ข้าเอง”
“จับตัวไว้” เหอปินกล่าวเสียงเย็น
จากนั้นก็เสริมอีกประโยคว่า “พากลับไปโบยให้หนัก”
สิ้นคำสั่งของเขา ปันจื๋อสำนักองครักษ์หลวงก็กรูกันเข้ามาล้อมหลี่ฮ่วนกับพวกไว้
“พวกเจ้า... พวกเจ้าทำอะไร พวกเจ้าเป็นใคร...”
“จับตัวไว้ ทุกคนจับให้หมด ห้ามปล่อยให้รอดไปแม้แต่คนเดียว!”
“พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาจับคน!” หลี่ฮ่วนเดือดดาล “รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร ข้าหลี่ฮ่วนเป็นสหายกับหวังชิงจื้อ ผู้ตรวจการศาลแห่งที่ว่าการเมืองไคเฟิง พวกเจ้า...”
เขายังพูดไม่ทันจบ เหอปินก็ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเขา
โดนตบไปฉาดเดียวก็เงียบกริบ ว่าง่ายขึ้นทันตา
จางซงที่อยู่ด้านในได้ยินความเคลื่อนไหวผิดปกติจากด้านนอก จึงรีบวิ่งหนี
ครู่ต่อมา เหอปินก็ด่าขึ้นว่า “บัดซบ! กลิ่นอะไรเหม็นขนาดนี้!”
ทุกคนได้กลิ่นเช่นกัน จึงอดยกมือขึ้นปิดจมูกไม่ได้
“ท่านแม่ทัพเหอ” ขณะนั้นลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงาน “จับได้คนหนึ่ง กำลังจะปีนกำแพงหนี แต่ตกลงไปในส้วมขอรับ”
เชี่ย!
เหอปินแทบจะกระโดดตัวลอย ตกส้วมแล้วพวกเจ้าทำไมไม่เอาน้ำล้างตัวให้เขาก่อนวะ!
จางซงถูกคุมตัวมาแล้ว คนที่ตกลงไปในส้วมก็คือเขานั่นเอง
“ใต้เท้า ข้าน้อยเป็นจางซง เสมียนแห่งกรมขนส่งเสบียงเส้นทางจิงจี ขอถามว่ามีเรื่องเข้าใจผิดอันใดหรือไม่?”
เหอปินกลับคร้านจะสนใจเขา โบกมือสั่งให้คนพาตัวลงไปล้าง แล้วค่อยนำกลับมา
หากพาเขาออกไปบนถนนเช่นนี้ ปันจื๋อของสำนักองครักษ์หลวงคงขายหน้าแย่!
ไม่นาน หลี่ฮ่วนกับหลี่จู้ผู้เป็นบิดาและบุตรก็ถูกโบยในคุกของสำนักองครักษ์หลวงจนแทบจำหน้ามารดาตนเองไม่ได้
คนตระกูลหลี่แทบทั้งหมดถูกสอบสวน มีเพียงบ่าวไพร่ที่ไม่ถึงขั้นลงทัณฑ์ทรมาน
