เข้ามาง่าย แต่ออกไปยาก
นี่เป็นครั้งแรกที่กองทัพจินได้เผชิญกับขบวนทัพของกองทัพซ่งเช่นนี้
กองม้ากว่ายจื่อซัดเข้าใส่ราวคลื่นทะเลกระทบโขดหิน ก่อนแตกกระจายเกลื่อนพื้น
บางส่วนยังพุ่งชนหน้าไม้เตียงที่ตั้งอยู่ระหว่างขบวนทัพ พลหน้าไม้ที่อยู่ด้านหลังต่างแตกตื่นถอยร่น
หน้าไม้เตียงราวสามเครื่องถูกคลื่นทหารม้าชนจนพลิกคว่ำ
บริเวณนั้นกลายเป็นลานสังหารไปแล้ว
ว่านเหยียนอาหลู่ปู่กวาดตามองไปโดยรอบ ได้ยินแต่เสียงอึกทึกของกองทัพซ่ง ความตื่นตะลึงและหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่จิตใจ เขารีบวิ่งตะบึงไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อกองม้ากว่ายจื่อเห็นธงของแม่ทัพ บ้างยังคงสู้ต่อ บ้างก็ติดตามธงแม่ทัพหลบหนี
กองม้ากว่ายจื่อซึ่งเดิมเคลื่อนขบวนเข้าจู่โจมอย่างเป็นระเบียบ หลังถูกตีโอบและโจมตีจนแตกกระจาย ก็กลายเป็นฝูงชนไร้ระเบียบ ต่างพากันล่าถอยหนี
ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม การต่อสู้ระหว่างกองทัพซ่งกับกองม้ากว่ายจื่อก็ใกล้สิ้นสุดลง
นับตั้งแต่เข้ามาจนกระทั่งล่าถอย กองม้ากว่ายจื่อสูญเสียกำลังพลไปอย่างน้อยสองพันนาย
“ฝ่าบาท! เร่งฉวยชัยไล่โจมตีเถิด!” เกาชิวมองไปเบื้องหน้า พลางร้องอย่างตื่นเต้น
จ้าวหนิงมองเขาแล้วถามว่า “เจ้าอยากออกรบอีกแล้วหรือ?”
“กระหม่อมเพียงเห็นว่าข้าศึกจินเผยท่าทีพ่ายแพ้แล้ว สมควรเป็นฝ่ายไล่โจมตีพ่ะย่ะค่ะ” คราวนี้เกาชิวไม่ยอมถอยกลับไปอีก
ให้ตายสิ ชนะแล้วก็ต้องฉวยชัยไล่ตามอยู่แล้ว!
ขอเพียงฝ่าบาทมีรับสั่งให้ไล่โจมตี พอกลับไปฉันเกาชิวก็เอาไปคุยโม้ได้ว่า ในช่วงเวลาสำคัญฉันเกาชิวเกิดแผนการขึ้นมา ทำให้ข้าศึกจินพ่ายแพ้ยับเยิน!
