ปัง……
เสียงดังสนั่นกึกก้องขึ้นในสนามฝึก
เฉียนอวี้ชิงสะดุ้งเฮือก พลั้งพลาดล้มลงไปในกองหิมะ
เห็นเพียงเปลวไฟวูบไหวพ่นออกจากปากกระบอกปืนใหญ่สัมฤทธิ์ ลูกเหล็กที่บรรจุเข้าไปเมื่อครู่ถูกยิงออกมา วาดโค้งกลางอากาศ ก่อนพุ่งไปตกไกลออกไปหลายร้อยเมตร
ท้ายที่สุด ลูกเหล็กก็ตกลงบนหิมะอย่างไร้สุ้มเสียง กระดอนบนพื้นสองสามครั้ง แล้วจึงหยุดนิ่ง
คนรอบข้างรีบประคองเฉียนอวี้ชิงให้ลุกขึ้น
จ้าวหนิงยิ้มถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?”
เฉียนอวี้ชิงลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล พลางยิ้มเจื่อน “ทำให้ฝ่าบาททรงเห็นเรื่องน่าขันแล้ว”
“ไป พวกเราไปดูกัน”
จ้าวหนิงพาเฉียนอวี้ชิง เดินไปยังจุดที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร ท่ามกลางกลุ่มคนที่รายล้อม
บนหิมะมีรอยครูดเป็นแนวยาวขาด ๆ หาย ๆ ส่วนพื้นดินก็มีหลุมตื้นอยู่หลายแห่ง
ยิ่งเดินไปข้างหน้า หลุมก็ยิ่งเลือนราง
ในที่สุด พวกเขาก็พบลูกเหล็กที่ระยะห่างจากปืนใหญ่สัมฤทธิ์ 392 เมตร
เฉียนอวี้ชิงขยับเข้าไปใกล้อย่างใคร่รู้ ตั้งใจจะเอื้อมมือไปสัมผัส
“อย่าแตะ!” เฉินกุยรีบห้ามเขา
หิมะรอบลูกเหล็กกำลังละลายด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“นี่คือสิ่งใด เหตุใดจึงร้ายกาจถึงเพียงนี้?” เฉียนอวี้ชิงถามอย่างอดมิได้
“นี่คือปืนใหญ่ทองแดงชนิดใหม่ที่สถาบันศึกษาสรรพสิ่งคิดค้นขึ้น” เฉินกุยกล่าว
เฉียนอวี้ชิงยิ่งใคร่รู้ “เหตุใดมันจึงยิงได้ไกลถึงเพียงนี้?”
“ลำกล้องหล่อจากทองแดง แข็งแกร่งมากและเสียรูปได้ยาก ดินปืนถูกจุดให้ลุกไหม้และระเบิดตรงฐาน ก่อเกิดแรงผลักไปข้างหน้า ดันลูกปืนใหญ่ให้พุ่งออกไป หลักการคล้ายกับปืนพ่นไฟ” เฉินกุยอธิบายอย่างรวบรัด “ยิ่งแรงระเบิดของดินปืนมาก ลูกเหล็กก็ยิ่งถูกยิงไปได้ไกล”
