หลังทำลายกองกำลังชั้นยอดของแคว้นต้าหลี่ได้ อู๋หลินก็นำทัพมุ่งหน้าไปยังเมืองหยางจูเหมี่ย เมืองหลวงของแคว้นต้าหลี่
วันที่ 23 เดือนเจ็ด ณ สถานที่ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหยางจูเหมี่ยร้อยลี้ ต้วนเจิ้งซิ่งเป็นตัวแทนแคว้นต้าหลี่เดินทางมาเยือนค่ายทัพซ่ง
แคว้นต้าหลี่ให้การต้อนรับกองทัพซ่งอย่างสมเกียรติสูงสุด
ทว่าเพิ่งรบกันมา อู๋หลินย่อมไม่อาจเดินทางไปเมืองหยางจูเหมี่ยเพียงลำพัง เว้นแต่จะนำกองทัพไปด้วย
แต่หากนำกองทัพไป ขุนนางแห่งแคว้นต้าหลี่ไม่มีทางเห็นชอบเป็นอันขาด
ตามข่าวที่หน่วยสอดแนมนำมารายงาน ช่วงนี้ราชธานีต้าหลี่ระดมชายฉกรรจ์จากพื้นที่โดยรอบอยู่ตลอด
บางแห่งถึงขั้นกำลังทำลายเสบียงอาหาร
ต้วนเจิ้งเหยียนส่งบุตรชายมาแสดงความขอบคุณต่อกองทัพซ่ง ขณะเดียวกันก็ลอบวางกำลังป้องกัน
หากกองทัพซ่งกล้าล้ำเส้น เขาก็จะเผชิญหน้ากับกองทัพซ่งด้วยอาวุธ
อย่าลืมว่าในราชธานียังมีกำลังชั้นยอดอีกกลุ่มหนึ่ง
ถึงแม้จะสู้กองทัพซ่งในการปะทะซึ่งหน้าไม่ได้ แต่ก็ยังทำศึกยืดเยื้อได้
สิ่งที่กองทัพซ่งหวาดกลัวที่สุดก็คือการทำศึกยืดเยื้อ
การทำศึกยืดเยื้อในแคว้นต้าหลี่ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขา ย่อมเป็นดั่งตกอยู่ในขุมนรก
ต้วนเจิ้งซิ่งเอ่ยด้วยภาษาฮั่นที่ติดขัดว่า “แม่ทัพอู๋ ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมานาน เลื่องลือดุจสายฟ้าก้องหู”
ภาษาฮั่นของเขาติดสำเนียงเสฉวนแห่งแคว้นสู่ ยังดีที่ทั้งสองฝ่ายต่างมีล่ามอยู่ด้วย
“ชื่อเสียงอันดีงามของซื่อจื่อ พวกเราก็ได้ยินมานานแล้ว” เหยียนเผยกล่าว
“แม่ทัพอู๋ช่วยพวกเราสงบความวุ่นวายภายใน ฝ่าบาททรงซาบซึ้งยิ่งนัก จึงประสงค์เชิญแม่ทัพอู๋ไปสนทนาที่ราชธานี”
