“กองหน้าตั้งแนวรับให้พร้อม!” เกาเลี่ยงเฉิงออกคำสั่ง “กำลังพลของเรามีมากมาย กองทัพซ่งไม่กล้าบุ่มบ่ามแน่!”
สิ้นเสียงเขา หน่วยสอดแนมก็เข้ามารายงาน “รายงานท่านอัครมหาเสนาบดี! กองทัพซ่งราวสองพันนายกำลังมุ่งโจมตีแนวกลางของเรา!”
เกาเลี่ยงเฉิงหน้าเปลี่ยนสี รีบปีนขึ้นไปบนแท่นบัญชาการ
ยามนี้เหยียนเผยนำทัพหน้าเข้าใกล้อย่างรวดเร็ว เหลือระยะห่างเพียงไม่กี่ร้อยเมตร
กองทัพซ่งไม่มีเสียงแตรศึก ไม่มีเสียงกลองรบ แม้แต่เสียงโห่ร้องยามบุกโจมตีก็ไม่มี
พวกเขาลอบย่องเข้ามาเงียบ ๆ เช่นนี้เอง
“ไร้ยางอาย!” เกาเลี่ยงเฉิงด่า “พลธนูเตรียมพร้อม! พลธนู!”
“ท่านอัครมหาเสนาบดี พลธนูอยู่ด้านหน้าของกองทัพกลางแล้วขอรับ”
“เพิ่มคนเข้าไป! เพิ่มคน! ได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่! เพิ่มคนเข้าไปเดี๋ยวนี้...”
พลธนูหลายกองเร่งรุดไปข้างหน้า ระหว่างที่แนวทัพด้านหน้ากำลังสับเปลี่ยนตำแหน่ง ก็เกิดความโกลาหลขึ้นเป็นหย่อม ๆ
ทว่าทัพหน้าสุดมีทหารราบชั้นยอดคอยตั้งรับอยู่
กระนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพซ่งที่สวมเกราะและถือหน้าไม้ ทหารราบชั้นยอดเหล่านั้นก็แทบไม่มีความหมาย
กองทัพซ่งวิ่งเหยาะ ๆ อย่างเป็นระเบียบ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังตึง ๆ พร้อมเพรียงจนน่าตื่นตะลึง
เมื่อระยะห่างลดลงอย่างรวดเร็ว พวกเขาก็เริ่มยิงหน้าไม้ไปพลางวิ่งเหยาะ ๆ ไปพลาง
ลูกศรดอกแรกปักเข้าที่แก้มซ้ายของทหารต้าหลี่ผู้หนึ่ง ทะลวงกระดูกแก้ม เลือดสาดกระเซ็น
เพียงชั่วครู่ ฝนธนูก็สาดเข้ามาราวกับห่าฝน
การโจมตีเช่นนี้รวดเร็วยิ่งนัก
กองหน้าของกองทัพต้าหลี่ตั้งตัวไม่ทัน
พลธนูด้านหลังตกใจจนเกิดปฏิกิริยาตอบสนองโดยฉับพลัน รีบขึ้นสายธนูยิงสวนกลับทันที
