“ข้าถามว่า ใครใช้ให้พวกเจ้ามาซื้อเสบียง?”
“บอกท่านไปแล้วว่าเป็นราชสำนัก!”
“คนของราชสำนักคนใด!”
“ใต้เท้าท่านนี้ ไยต้องยุ่งเรื่องของผู้อื่นด้วยเล่า” หลี่จู้กล่าว “พวกเรามาซื้อ ย่อมจ่ายเงินให้”
หลี่จู้ไม่หวาดกลัว เขาถือว่าตนมีผู้หนุนหลัง จึงกล่าวต่อว่า “เอาเช่นนี้เถิด ท่านออกเงินมาสักหน่อย ไม่ต้องมาก 500 ก้วน ข้าจะให้เสบียง 1,000 สือแก่ท่าน นำไปขายที่เมืองตงจิง”
บนใบหน้าเขายังมีรอยยิ้ม ขณะมองจ้าวหนิง
เกาชิวที่อยู่ข้างกายเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ราคาข้าวในเมืองตงจิงยังอยู่ที่ 7 ก้วนต่อสือ”
7 ก้วนต่อสือหมายความว่าอย่างไร
ใช้เงิน 500 ก้วนซื้อเสบียงมา 1,000 สือ แล้วนำไปขายในเมืองตงจิง ก็จะได้เงินถึง 7,000 ก้วน!
เบี้ยหวัดของทหารสามัญหนึ่งนายใน 2 เดือนมีเพียง 1 ก้วน เบี้ยหวัดทั้งปีมีเพียง 6 ก้วน
หากทหารสามัญผู้นี้เก็บเงินทุกอีแปะโดยไม่ใช้เลย ต้องเก็บนานถึง 1,167 ปี จึงจะมีเงินจำนวนนี้
แต่หลี่จู้กลับเอ่ยปากเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ผู้อื่นหาเงินได้ถึง 7,000 ก้วน
ความมั่งคั่งของผู้คนแต่ละชนิดช่างแตกต่างกันถึงเพียงนี้!
ผู้ที่ปกป้องบ้านเมือง บ้างหนาวตาย บ้างตายในสนามรบ ได้รับเบี้ยหวัดเพียงน้อยนิด ราชสำนักขัดสนเงินทองจนเขาผู้เป็นฮ่องเต้ต้องลดค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์ลงถึงสองในสาม
พื้นที่รอบเมืองไคเฟิงถูกกองทัพจินทำลาย ผู้คนมากมายกินไม่อิ่ม เขาจึงให้จ้าวติ่งเร่งขนส่งเสบียงจากตะวันออกเฉียงใต้มาโดยด่วน ห้ามแตะต้องเสบียงในเมืองไคเฟิงเป็นอันขาด
ทว่ายามนี้ เมื่อได้ยินชายผู้นี้คำนวณกำไรจากการค้าอย่างสงบนิ่ง ทั้งยังมีท่าทีภาคภูมิใจ จ้าวหนิงก็รู้สึกว่า...คนที่ฆ่าไปยังน้อยเกินไป!
