ขุนนางทั้งหลายหรือ?
หึ ๆ!
จ้าวหนิงก้าวไปสามก้าว ก่อนหยิบกระบี่จักรพรรดิลงมา
การกระทำนี้ทำให้จ้าวจี๋กับจ้าวข่ายตกใจจนแทบเข่าทรุด ล้มลงกับพื้น
ทว่าจ้าวหนิงไม่สนใจพวกเขา เพียงก้าวยาว ๆ มุ่งหน้าออกไป
“ฝ่าบาท...” หวังหวยจี๋รีบตามไป ขันทีและนางกำนัลที่อยู่ด้านหลังก็เร่งฝีเท้าตามไปด้วย
ทันทีที่จ้าวกวนเจียออกมา ทหารองครักษ์นอกตำหนักเหวินเต๋อก็รีบติดตาม พร้อมรายล้อมจักรพรรดิไว้ตรงกลาง
จ้าวจี๋กับจ้าวข่ายทั้งหวาดหวั่นทั้งฉงน
จ้าวจี๋กล่าวว่า “ไอ้ลูกอกตัญญูผู้นี้จะไปทำอะไร?”
กล่าวจบก็เดินตามออกไป
จ้าวจี๋ย่อมมีแผนการในใจของตนเอง
หลังจากกองทัพจินยกมาตีเมืองครั้งก่อน มีผู้เสนอให้เจรจาสงบศึกก่อน เหล่าขุนนางส่วนใหญ่ในราชสำนักต่างเห็นด้วยกับการสงบศึกอยู่ในใจ
แต่เพราะก่อนหน้านี้สวีปิ่งเจ๋อถูกสังหาร พวกเขาจึงไม่กล้าเอ่ยออกมาตรง ๆ
ทว่าในช่วงเวลาโกลาหลเช่นนั้น กลับมีขุนนางบางคนลอบถวายฎีกาลับ ขอให้จ้าวหนิงชิงลงมือโจมตีก่อน
หัวใจสำคัญอยู่ที่ฎีกาลับนี่เอง
การถวายฎีกาลับหมายความว่าคนผู้นั้นไม่ได้ประกาศต่อสาธารณะว่าจะชิงโจมตีก่อน ขุนนางคนอื่นจึงไม่รู้ว่าเขาเป็นฝ่ายต้องการทำศึก
แต่ต่อหน้าขุนนางคนอื่น เขากลับวางตัวเป็นฝ่ายต้องการสงบศึก
เช่นโม่โฉว
คนประเภทนี้ประจบจักรพรรดิไปพร้อมกับเอาใจขุนนางคนอื่น ดูแลผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ฉวยโอกาสเข้าข้างทั้งสองทาง
แต่เนื้อแท้ก็ยังเป็นฝ่ายต้องการสงบศึกและยอมจำนน
ขอชี้แจงไว้ก่อน นี่ไม่ใช่การรู้จักวางตัวแต่อย่างใด หากเป็นความไร้ยางอายล้วน ๆ
ขุนนางที่ถวายฎีกาลับขอให้ชิงโจมตีก่อน ส่วนใหญ่ล้วนคิดเช่นนี้
พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่ากองทัพจินจะยกมาตีเมืองครั้งใหญ่ในวันนี้
