“ฝ่าบาท ผู้ตรวจการกรมคดีอาญาหลิวจื้อรอเข้าเฝ้าอยู่ด้านนอกพ่ะย่ะค่ะ”
“ให้เขาเข้ามา”
“กระหม่อมมารับเสด็จล่าช้า ขอฝ่าบาทโปรดอภัยโทษพ่ะย่ะค่ะ”
“ผู้ไม่รู้ย่อมไม่มีความผิด”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“รู้เรื่องทั้งหมดแล้วหรือยัง”
“กระหม่อมได้ฟังจากปังเหิงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี จงรีบจัดคนลงไปตรวจสอบ ทุกอำเภอในเซียงหยางฝู่ ทุกเมืองและฝู่ในเส้นทางจิงซีใต้ ตรวจสอบให้ครบทุกแห่ง!”
“กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!”
“โจวเจี้ยนเต๋อยังเอ่ยชื่อพวกที่กู้เงินเกินกำหนดในเซียงหยางฝู่ออกมาอีกหลายคน จับตัวไว้ก่อน แล้วประหารให้หมด” จ้าวหนิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “นำหัวไปแขวนไว้บนกำแพงเมืองให้ผู้คนเห็น”
หลิวจื้อฟังแล้วหนังศีรษะชาวาบ
เขากล่าวว่า “ฝ่าบาท จับตัวมาสอบสวนและริบทรัพย์สินก็เพียงพอแล้ว หากสังหารผู้คนมากเกินไป จะทำให้พระบารมีของฝ่าบาทด่างพร้อยพ่ะย่ะค่ะ”
“หากไม่สังหาร แล้วจะสร้างบารมีได้อย่างไร!” น้ำเสียงของจ้าวกวนเจียพลันเคร่งขรึม “รู้หรือไม่ว่าก่อนโจวหงตาย เขาพูดกับเราอย่างไร! เขาบอกว่าทั่วหล้าใคร ๆ ก็ทำกัน กฎหมายเอาผิดคนหมู่มากไม่ได้! วันนี้เราจะเอาผิดคนหมู่มากให้ดู!”
“พ่ะย่ะค่ะ ๆ! กระหม่อมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
“พรุ่งนี้เราต้องเห็นคนออกเดินทาง เราให้เวลาเจ้าเพียงสามเดือน!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
วันรุ่งขึ้น หัวของหลี่เจาเยี่ยนกับโจวหงถูกส่งไปประจานตามเส้นทางจิงซีใต้
ชาวเมืองเซียงหยางต่างพากันสรรเสริญ ทว่าหัวคนเพียงสองหัวเห็นได้ชัดว่ายังไม่อาจแสดงให้เห็นว่าจ้าวกวนเจียทรงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพียงใด
เช้าตรู่วันที่สิบเอ็ด เดือนห้า หูเฉวียนก็รีบรุดมาถึง
จ้าวหนิงประหลาดใจเล็กน้อย “คนจากกรมตรวจการคดีอาญายังไม่ออกเดินทางหรือ”
“ยังไม่ออกเดินทางพ่ะย่ะค่ะ”
