หลี่เจาเยี่ยนกับโจวหงยังไม่ทันตอบ จ้าวหนิงก็ตรัสว่า “ทหาร จงลากสองคนนี้ออกไปตัดหัว เสียบประจานให้ทุกคนเห็น!”
หลี่เจาเยี่ยนกับโจวหงเงยหน้าขึ้นฉับพลัน คิดว่าตนฟังผิดไป
เมื่อได้สติ โจวหงก็รีบร้องเสียงดัง “ฝ่าบาท! พระองค์สังหารพวกกระหม่อมไม่ได้!”
จ้าวหนิงเพียงทำพระพักตร์เย็นชา มิได้ทอดพระเนตรพวกเขาอีก
ทหารองครักษ์เข้ามาควบคุมตัวทั้งสอง
โจวหงพยายามดิ้นรน ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าทหารองครักษ์ เขาก็ไม่ต่างจากลูกไก่ตัวหนึ่ง
“ฝ่าบาท! พระองค์สังหารพวกกระหม่อมไม่ได้! พวกกระหม่อมเพียงขึ้นดอกเบี้ยเล็กน้อยเท่านั้น! พวกเขาก็ทำเช่นนี้กันทั้งนั้น! พวกเขาทำเช่นนี้กันทั้งนั้น!”
โจวหงถูกทหารองครักษ์ลากไป พลางร้องตะโกนอย่างเจ็บปวดสุดขีด
“ฝ่าบาท! พวกเขาทำเช่นนี้กันทั้งนั้น! หรือพระองค์จะสังหารทุกคนหรือพ่ะย่ะค่ะ! พระองค์สังหารทุกคนไม่ได้หรอก!”
เมื่อเห็นจ้าวกวนเจียประทับนิ่ง ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย โจวหงซึ่งถูกลากมาถึงหน้าประตูก็ยังร้องตะโกนต่อ “ฝ่าบาท! หากทรงกระทำเช่นนี้ จะทำให้ผู้คนทั่วหล้าลุกขึ้นต่อต้าน! จะทำให้ผู้คนทั่วหล้าลุกขึ้นต่อต้าน! ไม่มีทางสำเร็จแน่!”
ปฏิกิริยาของโจวหงรุนแรงยิ่งนัก ทว่าหลี่เจาเยี่ยนกลับตรงกันข้าม เขาสงบนิ่งมาก ถึงกับหัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ ๆ ฝ่าบาท ทรงเตรียมผลักดันนโยบายใหม่ในภาคใต้หรือพ่ะย่ะค่ะ? พระองค์ทำไม่สำเร็จหรอก! ภาคใต้ไม่ได้เผชิญภัยสงคราม ย่อมไม่มีทางสนับสนุน ทั้งยังไม่มีผู้ใดสนับสนุน! นโยบายใหม่ของพระองค์ต้องล้มเหลวในภาคใต้เป็นแน่!”
กล่าวจบ หลี่เจาเยี่ยนก็ปิดปากเงียบ
ทั้งสองถูกลากออกไป
ณ หน้าประตูใหญ่ของที่ว่าการจือฝู่
โจวหงคุกเข่าอยู่กับพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ปากพร่ำร้องไม่หยุด “อย่าสังหารข้า ข้าไม่กล้าอีกแล้ว ข้าไม่กล้าอีกแล้ว...”
ส่วนหลี่เจาเยี่ยนกลับหัวเราะ ยามนี้รอยยิ้มของเขาน่ากลัวยามไม่ยิ้มเสียอีก ใบหน้าบิดเบี้ยว เสียงหัวเราะยิ่งดังยิ่งกำเริบเสิบสาน
