สงครามกับโครยอ เมืองแกกยองก็ตีแตกแล้ว บารมีแห่งราชสำนักต้าซ่งยังแผ่ขจรไปทั่วสารทิศ
ในยุคโบราณ โดยทั่วไปเมื่อถึงขั้นนี้ เรื่องก็มักจะยุติลง การรบต่อไปก็แทบไม่ได้ประโยชน์อันใด
นี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สองฝ่ายในราชสำนักมีความเห็นขัดแย้งกัน
หวังจงหวังโต้กลับต่อไปว่า “ส่านซีมีกองทัพหลายแสนนาย ข้าศึกตะวันตกจะกล้าก่อความวุ่นวายได้อย่างไร!”
ไช่เม่ากล่าวว่า “หากข้าศึกตะวันตกก่อความวุ่นวายขึ้นมาจริง ๆ ข้าศึกจินจะมีปฏิกิริยาเช่นไร?”
หวังจงหวังอับจนถ้อยคำ จึงไม่กล่าวอะไรอีก
อ๋องคังกลับกล่าวว่า “เรื่องโครยอครานี้ไม่ธรรมดา เห็นชัดว่าข้าศึกจินยุยงอยู่เบื้องหลัง หากราชสำนักถอนทัพ โครยอย่อมกลับมาก่อศึกอีกครั้ง ส่งกองกำลังเข้าโจมตีฟู่โจวและก่อกวนกองทัพประจำเมืองฟู่โจวไม่หยุดหย่อน”
จ้าวโก้วมีสีหน้าสงบนิ่ง น้ำเสียงราบเรียบ ให้ความรู้สึกสุภาพอ่อนโยน
“การยึดฟู่โจวกลับคืนคือเป้าหมายของแคว้นจิน พฤติการณ์ของโครยอก็เป็นไปตามคำสั่งของแคว้นจินเช่นกัน” จ้าวโก้วกล่าวต่อ “การถอนทัพเท่ากับยกพื้นที่ด้านหลังฟู่โจวให้ชาวโครยอ”
“ถูกต้อง!” หวังจงหวังรีบกล่าวคล้อยตาม “ยามนี้ถอยแม้แต่ก้าวเดียวก็ไม่ได้!”
ไช่เม่าเองก็ไม่มีถ้อยคำจะกล่าว
สำนักราชกิจยังคงถกเถียงกันไม่เลิกรา แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้
ทว่าหน่วยงานสำนักซู่เฉิ่งเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่ง ส่งคนไปตรวจสอบที่ชิงโจวทันที
ขณะนั้น เฉียนอวี้ชิงเดินทางมาถึงตำหนักเหวินเต๋อ
“กระหม่อมถวายคำนับฝ่าบาท ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี!”
เมื่อได้พบเฉียนอวี้ชิงอีกครั้ง จ้าวหนิงก็ยินดีอย่างยิ่ง เขาก้าวเข้าไปคว้าตัวเฉียนอวี้ชิงไว้ พลางกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว”
