เมื่อเห็นจ้าวกวนเจียมิได้กริ้ว เกาชิวจึงค่อยโล่งใจ
“พูดต่อ”
เกาชิวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกจากอกเสื้อแล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาท นี่คือรายงานด่วนที่คนจากสำนักองครักษ์หลวงส่งมาจากชิงโจวพ่ะย่ะค่ะ”
ชิงโจวหรือ?
ยามนี้ชิงโจวส่งรายงานด่วนเรื่องใดมา?
สนามรบก็มิได้อยู่ที่ชิงโจวเสียหน่อย
จ้าวหนิงรับมา เปิดอ่านอย่างละเอียดจนจบ สีหน้าพลันเคร่งขรึมลง
“เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ?”
“คงไม่ใช่เรื่องเท็จพ่ะย่ะค่ะ” เกาชิวกล่าวอย่างระมัดระวัง
ที่จริงเกาชิวไม่ค่อยอยากกราบทูลเรื่องนี้นัก อย่างไรเสียราชสำนักกำลังยกทัพไปปราบโครยอ หากเรื่องนี้ไปถึงหูจ้าวกวนเจียเข้า ย่อมก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่จำเป็นเป็นแน่
ยิ่งกว่านั้น ขุนนางท้องถิ่นยังปิดข่าวเรื่องนี้ไว้อย่างมิดชิด ทั้งยังพัวพันกับการแก่งแย่งอำนาจระหว่างขั้วต่าง ๆ ในราชสำนัก
เกาชิวกล่าวต่อว่า “ขุนนางชิงโจวอาศัยข้ออ้างเรื่องสงคราม ตั้งเหตุผลขึ้นมาเก็บภาษีจากราษฎรอย่างหนัก เดิมทีชิงโจวกำลังผลักดันนโยบายเกษตรใหม่ และนำธนบัตรเจียวเฉาไปใช้ในชนบทพ่ะย่ะค่ะ”
“การยกทัพไปปราบโครยอครั้งนี้ ราชสำนักสั่งให้ชิงโจวรวบรวมเสบียงหรือไม่?”
“ดูเหมือนการจัดการเสบียงเป็นหน้าที่ของท่านฉินเซี่ยงกงพ่ะย่ะค่ะ ส่วนมีคำสั่งให้ชิงโจวรวบรวมเสบียงหรือไม่นั้น กระหม่อมไม่ทราบแน่ชัด” เกาชิวกล่าวต่อ
เมื่อเห็นจ้าวกวนเจียเงียบลง เกาชิวจึงกล่าวต่อว่า “ฝ่าบาท เรื่องนี้อาจเกิดขึ้นแถบชิงโจวเท่านั้น มิสู้ให้คนจากสำนักซู่เฉิ่งไปตรวจสอบ แล้วจัดการให้เรียบร้อยพ่ะย่ะค่ะ”
“แถบชิงโจวหรือ?” สีหน้าของจ้าวหนิงพลันเคร่งขรึม
