จ้าวจี๋ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น อยากเอ่ยอะไรสักคำ ทว่ากลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ถึงคราวจ้าวหนิงแสดงต่อแล้ว
เขากล่าวว่า “ขุนนางทั้งหลาย เรารู้ว่าพวกท่านเป็นห่วงการป้องกันเมือง ความกังวลของพวกท่าน เราเข้าใจดี”
น้ำเสียงของจ้าวหนิงอ่อนลง กระทั่งแฝงเสน่ห์ชวนฟัง เต็มไปด้วยความห่วงใยและความเข้าอกเข้าใจ
หัวใจทุกคนพลันกระตุก สายตาพากันมองฮ่องเต้ด้วยความฉงน งุนงงยิ่งนัก
เหตุใด...เหตุใดจึงอ่อนโยนขึ้นมาอย่างกะทันหัน?
เมื่อเห็นสีหน้าสงบนิ่งของจ้าวหนิง ทุกคนก็ชะงักไปชั่วขณะ ราวกับยังตั้งตัวไม่ทัน
“โม่โฉว”
“กระหม่อมอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
“บนโลกนี้มีคนที่ไม่กลัวเจ็บหรือไม่?”
โม่โฉวชะงักเล็กน้อย ไม่รู้ว่าฮ่องเต้กำลังคิดสิ่งใดอยู่ เหตุใดจึงถามเรื่องกลัวเจ็บขึ้นมากะทันหัน?
โม่โฉวทูลตอบว่า “ไม่มีผู้ใดไม่กลัวเจ็บ ความเจ็บปวดทำให้คนทุกข์ทรมาน ทุกคนล้วนหลีกหนีมันพ่ะย่ะค่ะ”
“กล่าวได้ดี ไม่มีผู้ใดไม่กลัวเจ็บ เช่นเดียวกัน ก็ไม่มีผู้ใดไม่กลัวตาย” จ้าวหนิงกล่าวต่อ “แต่บางคนรักตัวกลัวตาย บางคนยอมสละชีวิต นี่คือความแตกต่างระหว่างผู้คน”
“ที่พวกท่านมาที่นี่ ต่างมีเรื่องที่คิดและกังวลอยู่ในใจ เรารู้แจ้งชัด พวกท่านไม่อยากตาย เราเองก็ไม่อยากตายเช่นกัน”
“พวกเขา! คนเหล่านั้นที่ยืนหยัดต้านทานจนตัวตายอยู่บนกำแพงเมือง พวกเขาก็ไม่อยากตายเช่นกัน!”
“แต่พวกเขากลับสละชีวิต สิ่งที่พวกเขาแลกมาด้วยชีวิตเพื่อปกป้อง กลับมีคนคิดขายทิ้งอย่างง่ายดาย พวกท่านว่าเราสังหารคนเหล่านั้นถูกต้องหรือไม่?”
ยามนี้น้ำเสียงของฮ่องเต้สงบนิ่งแทบไม่ต่างจากผืนน้ำ
