แต่พวกเขาก็ยังยอมรับว่าตนเป็นชาวฮั่น
ภายใต้แนวคิดเช่นนี้ การคิดจะยึดสิบหกแคว้นเยียนอวิ๋นกลับคืนมา แล้วผูกสัมพันธ์กับตระกูลชาวฮั่นในพื้นที่นั้น ย่อมเป็นเพียงความฝันลม ๆ แล้ง ๆ
ครั้งนี้ที่เหอเป่ยสามารถคว้าชัยชนะได้ นอกจากกองทัพรักษาพระองค์จะมีความแข็งแกร่งแล้ว ยังขาดการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากชาวบ้านเหอเป่ยไม่ได้โดยเด็ดขาด
ต้องการเสบียงก็ขนส่งเสบียง ต้องการคนก็ระดมคน อีกทั้งยังให้ความร่วมมืออย่างแข็งขันในการทำลายเสบียงและสิ่งของที่ข้าศึกอาจใช้ประโยชน์ พร้อมทั้งส่งข่าวกรอง
แต่เมื่อเข้าสู่สิบหกแคว้นเยียนอวิ๋น สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่มีอีก นั่นเท่ากับรุกลึกเข้าไปในใจกลางดินแดนข้าศึก
เยว่เฟยจึงกล่าวว่า หากจะรบ ก็ต้องตีอีกฝ่ายให้ยอมศิโรราบ!
จ้าวหนิงกล่าวต่อว่า “ปัญหาที่จางเจวี๋ยกับกัวเย่าซือก่อขึ้นเมื่อหลายปีก่อน และผลกระทบที่มีต่อราชวงศ์ต้าซ่งกับชาวฮั่นในเยียนอวิ๋น เราก็ไม่อาจมองข้ามได้”
“ฝ่าบาทตรัสได้ถูกต้อง จางเจวี๋ยเป็นขุนนางแคว้นเหลียว แม้จะยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นจิน แต่ก็ลอบติดต่อกับต้าซ่ง ภายหลังจึงเข้ามาสวามิภักดิ์ต่อต้าซ่ง ทว่าราชสำนักของเรากลับสังหารจางเจวี๋ยเพื่อระงับโทสะของแคว้นจิน แล้วยังส่งศีรษะของเขาไปมอบให้แคว้นจิน การกระทำเช่นนี้ทำให้ชาวฮั่นทางเหนือผิดหวังเสียสิ้น”
เรื่องนี้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ถึงกับทำให้กัวเย่าซือและกองทัพฉางเซิ่งของเขา ซึ่งต่างก็สวามิภักดิ์ต่อต้าซ่งเช่นกัน เมื่อได้ยินข่าวก็ร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า ราวกับกระต่ายตายแล้วสุนัขจิ้งจอกพลอยเศร้าไปด้วย
หากแคว้นหนึ่งไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิง จะรักษาคนมีความสามารถไว้ได้อย่างไร?
ผู้อื่นมีน้ำใจมาสวามิภักดิ์ แต่จ้าวจี๋กลับสังหารพวกเขาเพื่อเอาใจนายเหนือหัวชาวจิน แล้วคนอื่นที่เข้ามาสวามิภักดิ์ต่อต้าซ่งจะคิดเช่นไร?
มนุษย์ย่อมแสวงหาประโยชน์และหลีกเลี่ยงภัย นี่คือสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต
