“หากเป็นเช่นนี้ แล้วจะกล่าวถึงความรุ่งเรืองของห้างการค้าเอกชนได้อย่างไร?” จ้าวติ่งเอ่ย
สองประเด็นที่เขากล่าวมา แทบจะตรงกับสิ่งที่จ้าวหนิงคิดอยู่ในใจทุกประการ
แท้จริงแล้วจ้าวหนิงมิได้ใส่ใจรายชื่อนี้ ทั้งยังคร้านจะอ่าน ผู้ใดสมควรถูกเนรเทศก็เนรเทศ ผู้ใดสมควรถูกประหารก็ประหาร
จ้าวหนิงผู้ได้ฉายาว่าจ้าวคนเชือดคน บัดนี้จิตใจยามสังหารผู้คนกลับสงบนิ่งขึ้นทุกที
ทว่าปัญหาที่สะท้อนออกมาจากเบื้องหลังเรื่องนี้ต่างหากที่สำคัญยิ่งกว่า
การสังหารคนเป็นเรื่องง่ายที่สุด แต่ฆ่าคนแล้วจะแก้ปัญหาได้หมดสิ้นหรือ?
กล่าวถึงข้อสองที่จ้าวติ่งยกขึ้นมา ในบรรดากิจการค้าของขุนนางเหล่านี้ มีหลายอย่างที่เกี่ยวพันกับปากท้องประชาชน เดิมทีสามารถมอบให้ห้างการค้าเอกชนดำเนินการได้
ทว่าเพราะขุนนางมีอำนาจอยู่ในมือ จึงเข้าถึงทรัพยากรหลักได้รวดเร็วยิ่งกว่า ส่งผลให้สามัญชนถูกพรากโอกาสที่จะเข้ามาประกอบการค้า
หากท้องถิ่นต่าง ๆ เกิดการผูกขาดส่วนตัวโดยเหล่าขุนนางขึ้นมา มิเท่ากับหวนกลับไปสู่สภาพเดิม ที่ขุนนางร่วมมือกับเจ้าที่ดินเพื่อควบคุมราษฎรหรอกหรือ?
สิ่งที่เรียกว่าห้างการค้าใหม่และระบบสัญญาจ้าง ล้วนเป็นหลักประกันสิทธิของประชาชนยามเข้าร่วมแรงงาน
หากเหล่าขุนนางผูกขาดกิจการไว้เป็นการส่วนตัว ระบบสัญญาจ้างก็มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นเพียงกระดาษเปล่า
หากไม่อาจวางระบบสัญญาจ้างให้มั่นคงได้ แล้วจะทำให้ห้างการค้าใหม่ดำเนินกิจการอย่างไร?
แล้วจะค่อย ๆ สร้างการแบ่งงานทางสังคมทั่วทั้งต้าซ่งได้อย่างไร?
การค้นพบทวีปใหม่ การเปิดเส้นทางการค้ากับแคว้นต่าง ๆ ในน่านน้ำหนานหยาง ตลอดจนการค้ากับซีอวี้ มิใช่สิ่งที่ห้างการค้าของหลวงเพียงฝ่ายเดียวจะทำสำเร็จได้
คนคนหนึ่งหรือองค์กรหนึ่ง ย่อมมีขอบเขตที่ควบคุมได้จำกัด
หากต้องการให้ต้าซ่งแข็งแกร่งรุ่งเรืองขึ้นอย่างแท้จริง จำเป็นต้องสร้างกฎเกณฑ์ที่ประชาชนทั้งปวงมีส่วนร่วม
