คนทั้งยี่สิบสามนี้หาใช่พวกปลาซิวปลาสร้อยไม่
รองผู้ตรวจการแห่งสำนักตรวจการ เป็นมือขวาของสำนักตรวจการ มีตำแหน่งเทียบเท่ารองเสนาบดี
หลางจงสิงปู้และหลางจงปิงปู้ (กรมกลาโหม) ผู้ใดที่เข้ามาปักหลักในเมืองหลวง ณ ศูนย์กลางอำนาจได้บ้างเล่า หากมิใช่มีผู้หนุนหลังแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยงานสำคัญก็ไม่มีผู้ใดรอดพ้น
แม้ผู้ถูกสังหารจะมี 23 คน แต่ยังมีอีกมากที่ถูกลงโทษเพราะละเลยหน้าที่
ปีจิ้งคังที่ 8 หลังผ่านสันติสุขอันยาวนานหลายปี ประชากรทั้งหมดก็มีมากกว่าหนึ่งร้อยล้านคนแล้ว
ส่วนจำนวนขุนนางและเจ้าหน้าที่มีราว 500,000 คน
จากผู้คนหนึ่งร้อยล้านคน คัดเลือกมาเพียงห้าแสนคน คนเหล่านี้คือชนชั้นสูงสุดของสังคม
ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนทุ่มเทอ่านตำราทั้งวันทั้งคืน เพื่อเบียดตัวขึ้นไปอยู่ในชนชั้นนี้
ถึงกระนั้น ก็ยังต้องใช้ความพยายามนับไม่ถ้วนกว่าจะก้าวเข้ามาได้
และเมื่อเข้ามาแล้ว ยังต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการกว่าจะไต่เต้าขึ้นไปได้
สำหรับสามัญชนแล้ว จือเซี่ยนก็นับเป็นขุนนางใหญ่โต
ดังนั้น สำหรับพวกเขา คนที่ถูกสังหารนอกเมืองในวันนี้ล้วนเป็นขุนนางใหญ่โตทั้งสิ้น!
“ข้าไม่อยากตาย!” จวงไจ้ชิง หลางจงกงปู้ ร้องตะโกนอย่างสิ้นหวัง เขาร่ำไห้ออกมา น้ำตาไหลพรากอาบแก้มปะปนกับสายฝนกระหน่ำ
“ข้าไม่อยากตาย! ฝ่าบาท! ข้าถูกใส่ร้าย! มีขุนนางชั่วกลั่นแกล้งข้า!”
“ฝ่าบาท! ข้าเพียงทำผิดอย่างที่ขุนนางทั่วหล้าล้วนเคยทำ! ขอฝ่าบาททรงเมตตาไว้ชีวิตด้วย!”
“...”
ลานประหารด้านหน้า เพชฌฆาตปล่อยดาบประหารลงมา ฟันเอวของจานต้าฟางขาดสะบั้น
จานต้าฟางยังไม่ตายในทันที เขานอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ตรงนั้น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
ภาพนี้ทำให้ผู้คนยิ่งหวาดกลัวจนแทบคลุ้มคลั่ง
