หลิวซูเอ่ยว่า “ขอฝ่าบาทโปรดมีพระบัญชา”
“เราคิดว่า ต้นตอของปัญหาเหล่านี้มิได้อยู่ที่ซื่อเฉาชานจวิน ยิ่งมิใช่ผู้ช่วยเจ้าเมือง”
ถ้อยคำของจ้าวกวนเจียทำให้ทุกคนงุนงงอยู่ชั่วขณะ
ได้ยินเขากล่าวต่อว่า “ปัญหาในวันนี้อยู่ที่การสมคบคิดกันระหว่างเจ้าที่ดินผู้มีอิทธิพลกับขุนนางท้องถิ่น เมื่อขุนนางเป็นฝ่ายรวบที่นาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เสียเอง แล้วจะตรวจสอบการรวบที่นาอย่างเข้มงวดได้อย่างไร?”
ยังไม่มีผู้ใดเอ่ยปาก จ้าวกวนเจียก็สั่งให้นำบัญชีส่งให้ถังเค่อ พลางกล่าวว่า “บัญชีฉบับนี้เกาซุ่นหลิน ตูอวี้โหวแห่งจิงเหมินจวินมอบให้เรา อีกฉบับหนึ่งค้นพบจากหลิวถง ทั้งหมดเป็นรายชื่อผู้ที่ซื้อที่นาใหม่ในจิงเหมินจวิน”
หัวใจของทุกคนพลันหนักอึ้ง
จ้าวกวนเจียกล่าวอีกว่า “ตามรายชื่อในนี้ จับกุมให้หมด อย่าให้หลุดรอดไปแม้แต่คนเดียว!”
ถังเค่อเห็นบัญชีฉบับนี้แล้ว ใจก็สะท้านวูบ
เพราะในรายชื่อนั้นมีขุนนางที่อยู่ ณ ที่นี้ด้วย
อย่างเช่นหวังเซี๋ย ซื่อเฉาชานจวิน ก็มีชื่ออยู่ในนั้น
“ยืนงงอยู่ทำไม?” จ้าวหนิงเหลือบมองถังเค่อ “จับคนที่อยู่ใกล้ตัวก่อน! ประกาศชื่อออกมาตรงนี้!”
ถังเค่อสูดลมหายใจลึก ก่อนเริ่มขานชื่อ คนแรกคือหวังเซี๋ย!
หวังเซี๋ยได้ยินดังนั้นก็ร้องลั่นอย่างร้อนรน “ข้าถูกใส่ความ! ฝ่าบาท! ข้าถูกใส่ความพ่ะย่ะค่ะ!”
จ้าวกวนเจียตบโต๊ะอย่างเกรี้ยวกราด “หุบปาก! ยังกล้าร้องว่าถูกใส่ความอีกหรือ? บัญชีฉบับนี้เป็นบัญชีส่วนตัวที่หลิวถงกับเกาซุ่นหลินจดบันทึกไว้ลับ ๆ เขาจะจดชื่อเจ้าไว้ด้วยเหตุใด?”
เขามองถังเค่อ เอ่ยเสียงเย็นชา “อ่านต่อ!”
