จ้าวโก้วส่งสัญญาณเล็กน้อย จางจื่อเหยียนจึงวางเอกสารฉบับหนึ่งลงตรงหน้าหม่าฉงซาน
หม่าฉงซานหยิบขึ้นมาอ่านจนจบ สีหน้าก็พลันซีดเผือด
“หลักฐานที่นี่เพียงพอแล้วหรือยัง?”
ท่าทีกร่างเมื่อครู่ของหม่าฉงซานถูกข่มลงทันที จางอวี้ซูที่อยู่ข้างกันเอ่ยว่า “องค์ชาย พวกกระหม่อมเป็นคนที่ไท่เว่ยหวังชุบเลี้ยงมากับมือพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าคิดว่าเรื่องนี้หวังจงหวังจะคุ้มครองพวกเจ้าได้หรือ?” จ้าวโก้วแค่นหัวเราะ
ทั้งสองเงียบงัน
“ปืนใหญ่ขายให้ผู้ใดไปบ้าง?” จ้าวโก้วถาม
ทั้งสองยังคงไม่ตอบ
“ธรรมเนียมของแผ่นดินเรา ผู้ใดสารภาพย่อมได้รับการผ่อนปรนโทษ” จ้าวโก้วกลับไม่ร้อนใจ หลายปีมานี้เขาติดตามจ้าวหนิง จึงได้เรียนรู้อะไรมากมาย แม้แต่น้ำเสียงและสีหน้าก็ยังเลียนแบบจ้าวหนิงอยู่หลายส่วน “หลี่หุย อดีตรองเสนาบดีปิงปู้ (กรมกลาโหม) ลอบค้าขายกับชาวจินจนถูกจับกุม หลังสารภาพก็เปิดโปงบุตรชายของฉินฮุ่ย บัดนี้หลี่หุยยังมีชีวิตอยู่ หนทางอยู่ตรงหน้าแล้ว พวกท่านทั้งสองเลือกเอาเอง”
หม่าฉงซานถอนหายใจ จางอวี้ซูเองก็ไม่ขัดขืนอีก
จ้าวโก้วสั่งให้คนเตรียมพู่กันกับหมึก
คืนนั้น คนของจ้าวโก้วเดินทางไปยังที่ว่าการจือฝู่ แล้วต่อไปยังที่ว่าการกรมการค้าทางทะเล
หลิวกว่างเต๋อ จือฝู่เฉวียนโจว และจางเทียนหมิง ผู้ช่วยเจ้ากรมการค้าทางทะเล ถูกจับกุม
วันรุ่งขึ้น รายงานกราบทูลฉบับหนึ่งถูกส่งจากเฉวียนโจวไปยังเมืองตงจิงด้วยม้าเร็ว
ยามเย็นวันที่ห้า เดือนแปด จ้าวเฉินเพิ่งออกจากที่ว่าการลี่ปู้ (กรมขุนนาง) เตรียมกลับจวน ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“ท่านอ๋องเหลียว”
จ้าวเฉินหันกลับไปมอง เห็นหลี่จั๋ว รองเสนาบดีตรวจการ
“ท่านรองหลี่”
