ผู้คนรอบข้างเห็นทหารม้าสวมเกราะถืออาวุธครบมือปรากฏขึ้นมากมายกะทันหัน ต่างพากันหลีกทางอย่างลนลาน
คนด้านนอกวิ่งพรวดเข้ามา พลางตะโกนเสียงดังว่า “อูรื่อต๋า อูรื่อต๋า! ด้านนอกมีทหารม้ามากมาย!”
สีหน้าอูรื่อต๋าแปรเปลี่ยนฉับพลัน เขาพาคนออกไปทันที
ยามนี้กองทัพซ่งเริ่มปิดล้อมบริเวณแห่งนี้แล้ว
ถึงขั้นมีทหารซ่งสิบกว่านายลงมือสังหารผู้คนไปแล้ว
พวกเขาใช้ทวนแทงทะลุอกและลำคอของชาวทุ่งหญ้า ไม่สนใจเสียงกรีดร้องและคำวิงวอนขอชีวิต
เมื่ออูรื่อต๋าออกมา ใจพลันหนักอึ้ง เพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นทหารซ่ง และคาดเดาได้ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับการที่กาลี่ปาสังหารคนโดยพลการเมื่อวานเป็นแน่
ลู่โหยวมองอูรื่อต๋าด้วยสีหน้าเย็นชา ก่อนกล่าวว่า “พวกเรามาด้วยเจตนาดี อยากผูกมิตรกับพวกเจ้า แต่เจ้ากลับสังหารคนของเรา ชาวป่าเถื่อนช่างไร้สัตย์จริง!”
เยว่อวิ๋นขว้างทวนออกไปทันที ชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่อยู่ข้างอูรื่อต๋าถูกทวนแทงทะลุอก ตรึงร่างไว้กับพื้น
ชายร่างใหญ่ส่งเสียงร้องโหยหวน เลือดไหลลงมาตามด้ามทวน
เยว่อวิ๋นควบม้าพุ่งไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน จับทวนแล้วสะบัดสุดแรง ชายร่างใหญ่ถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไป
ม้าศึกของเยว่อวิ๋นร้องลั่น ยกขาหน้าขึ้น ทวนเล่มนั้นพุ่งเข้าใส่อูรื่อต๋าราวกับมังกร
เคราะห์ดีที่อูรื่อต๋าคลุกคลีอยู่แถบนี้มานาน ผ่านการต่อสู้เอาชีวิตเข้าแลกมานับครั้งไม่ถ้วน จึงตอบสนองว่องไว เขาทิ้งตัวไปด้านหลัง พร้อมกับกลิ้งหลบหลายตลบในทันที
เยว่อวิ๋นแทงพลาด แต่กลับยกทวนขึ้นหมายจะฟาดใส่
