เพื่อแคว้นต้าจิน ว่านเหยียนชางจึงส่งว่านเหยียนอู๋ต๋าปู บุตรชายของตนไปเป็นทูตยังแคว้นซ่งอย่างเด็ดเดี่ยว
ครานี้เหล่าขุนนางผู้สูงศักดิ์แห่งซ่างจิงต่างซาบซึ้งใจยิ่งนัก
ดูคนเขาสิ เพื่อแคว้นต้าจิน ถึงกับส่งบุตรชายของตนไป
ช่างเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่!
ต่อไปหากผู้ใดกล่าวร้ายหลู่กั๋วกง ข้าจะเป็นคนแรกที่ไม่ยอม!
ถูกต้อง! ไม่ยอมเด็ดขาด!
สถานการณ์ระหว่างซ่งกับจินกำลังเปลี่ยนแปลง ความเปลี่ยนแปลงภายในแคว้นจินก็ใกล้ปะทุขึ้น ส่วนภายในต้าซ่งเองก็เป็นเช่นเดียวกัน
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว กิจการในเปี้ยนจิงกำลังทยอยจัดระเบียบให้เข้าที่ทีละระลอก
ในไตรมาสแรกของปีจิ้งคังที่สิบสอง เหล่าขุนนางใหญ่ในสำนักราชกิจแทบไม่ได้หยุดพัก สามสำนักหกกรมถกเถียงกันเรื่องจะจัดการดินแดนซีเซี่ยอย่างไรจนแทบหัวร้างข้างแตก
แน่นอนว่า ท่ามกลางการโต้เถียงอย่างดุเดือด ในที่สุดสำนักราชกิจก็เสนอแนวทางแก้ไขออกมา
นั่นคือยกแบบแผนการปกครองของจงหยวนไปใช้ในบริเวณซิงชิ่งฝู่กับซีผิงฝู่ แล้วผนวกรวมเข้ากับส่านซีโดยตรง ให้จิงเจาฝู่เป็นผู้ดูแลทั้งหมด
เห็นได้ชัดว่าทำเช่นนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดตั้งตนเป็นใหญ่ในเขตปกครองใหม่
ช่วงต่อจากนี้จึงเป็นการจัดวางขุนนางในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
จ้าวหนิงมิได้ใส่ใจเรื่องรายละเอียดเหล่านี้มากนัก
มีเพียงเรื่องเดียวที่เขาถามไถ่ นั่นคือได้เลื่อนหูเฉวียนขึ้นเป็นปู้เจิ้งสื่อแห่งเส้นทางทหารหย่งซิงหรือไม่
ในเมื่อฮ่องเต้ทรงถามด้วยพระองค์เอง ตำแหน่งปู้เจิ้งสื่อของหูเฉวียนย่อมแน่นอนแล้ว หนังสือแต่งตั้งจากสำนักราชกิจจึงถูกส่งไปยังจิงเจาฝู่อย่างรวดเร็ว
ทว่าในวันที่ยี่สิบห้าเดือนสอง ข่าวชัยชนะจากภาคตะวันตกเฉียงเหนือก็มาถึงเมืองตงจิง สร้างความยินดีแก่ผู้คนเป็นอย่างยิ่ง!
