“ฟันขาม้า!”
เสียงตะโกนดังมาจากหลังโล่
กองทัพซ่งพร้อมใจกันฟันขาม้าด้วยดาบยาว
คมดาบกระทบขาม้า เกิดเสียงโลหะปะทะกัน
ขาม้าของกองทหารม้าเหล็กฝูถูถึงกับมีเกราะเหล็กป้องกันด้วย!
นับตั้งแต่ศึกฉางอานในสงครามซ่งกับจินครั้งที่สาม กองทัพของหลิวฉีใช้วิธีฟันขาม้า จนบีบให้กองม้ากว่ายจื่อแตกพ่ายเป็นแนวในความชุลมุน ชาวจินก็เริ่มให้ความสำคัญกับยุทธวิธีต่าง ๆ ของกองทัพซ่ง
อย่าลืมว่า ต้าซ่งกำลังก้าวหน้า ข้าศึกหาใช่คนโง่เขลาทุกคนไม่ พวกเขาก็กำลังก้าวหน้าและปรับปรุงยุทธวิธีอยู่ไม่หยุดเช่นกัน
“ขาม้ามีเกราะ!” ใครคนหนึ่งตะโกนเสียงห้าว ทันทีที่สิ้นเสียงก็ถูกกองทหารม้าเหล็กฝูถูสะบัดลอยขึ้นฟ้า ร่างหมุนคว้างกลางอากาศ
คนปกติเมื่อหมุนคว้างกลางอากาศย่อมรู้สึกว่าอวัยวะภายในแทบเคลื่อนตำแหน่ง
ทหารเกราะปู้เหรินที่สวมเกราะเหล็กหนักหกถึงเจ็ดสิบจินเหล่านี้ เมื่อหมุนคว้างกลางอากาศก็รู้สึกราวกับทั่วร่างถูกแรงมหาศาลฉีกกระชาก
“ใช้ขวาน! ฟันด้วยขวาน!”
ทหารร่างกำยำคนหนึ่งอาศัยโล่ของสหายที่อยู่ข้างกายกำบัง ฟาดขวานลงไปเต็มแรง ขาหน้าของม้าศึกงอพับ ร่างม้าทรุดลงในพริบตา กดทับโล่ไว้ สหายผู้นั้นถูกน้ำหนักคนกับม้ากว่าหนึ่งพันจินทับจนกระอักเลือดออกมาตรงนั้น
แรงเฉื่อยมหาศาลของม้าศึกกดทับทหารซ่งผู้นั้น พลางดันไถลไปข้างหน้าหลายเมตร ทั้งยังผลักทหารราบซ่งอีกสิบกว่าคนให้ถอยตามไปด้วย
เมื่อทุกอย่างหยุดลง ใต้โล่เหลือเพียงก้อนเนื้อเละ ๆ ถูกห่อหุ้มอยู่ในเกราะเหล็กแตกหัก
ทว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบุกทะลวงจากกองทหารม้าเหล็กฝูถูเท่านั้น
กองทหารม้าเหล็กฝูถูสามพันนายเว้นระยะเรียงแถว มีความลึกถึงหกร้อยถึงเจ็ดร้อยเมตร
นี่คือคลื่นเหล็กกล้าที่แท้จริง กำลังโถมกระหน่ำบนที่ราบ!
อานุภาพนั้นชวนให้รู้สึกประหนึ่งพลิกภูผาแหวกสมุทร ราวกับจะกวาดทุกสิ่งเบื้องหน้าให้ราบเป็นหน้ากลอง
แนวทัพซ่งถูกกวาดกระเด็น ทหารประหนึ่งกองดินถูกผลักให้พูนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วทับถมกันเป็นกอง
ทวนเหล็กที่หักงอถูกคนและม้าจำนวนนับไม่ถ้วนทับอยู่ด้านล่าง เกราะเหล็กแตกหักฝังลึกเข้าไปในกระดูก ลำคอถูกบิดจนผิดรูป เอวถูกทับจนหัก
