คนอย่างเยว่อวิ๋นซึ่งผ่านศึกมานับร้อย เพียงมองปราดเดียวก็เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของชาวจิน
นี่คือสัญญาณว่าชาวจินกำลังจะใช้กองทหารม้าเหล็กฝูถู
ยามนี้มีเพียงกองม้ากว่ายจื่อบางส่วนเข้าปั่นป่วนแนวทัพของกองทัพซ่ง สิ่งที่น่ากลัวอย่างแท้จริงยังอยู่เบื้องหลัง หากช่องโหว่ที่กองม้ากว่ายจื่อบุกทะลวงไม่อาจจัดกระบวนทัพขึ้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ครั้นกองทหารม้าเหล็กฝูถูมาถึง กองทัพทั้งกองก็ย่อยยับ
ทหารม้าหนักเป็นเช่นนี้เอง โดยทั่วไปพวกเขาจะไม่บุกโจมตีแนวทหารราบตรงๆ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองกำลังเกินไป
แต่หากแนวทหารราบมีช่องโหว่เปราะบางเช่นนี้ พวกเขาจะฉวยโอกาสพุ่งเข้าใส่ดุจอสนีบาต ฉีกช่องโหว่นั้นจนเลือดเนื้อแหลกเละ แล้วบดขยี้ทุกสิ่งประหนึ่งภูผาเคลื่อน
ด้วยวิธีนี้จึงใช้ความสูญเสียน้อยที่สุด แต่ได้ชัยชนะใหญ่หลวงที่สุด
เมื่อเยว่อวิ๋นเอ่ยประโยคนั้นออกมา หลูคงก็ชะงักงันไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร
สำหรับขุนนางฝ่ายบุ๋นในกองทัพส่วนใหญ่ กองทหารม้าเหล็กฝูถูเป็นเพียงตำนาน ผู้ที่เคยประมือกับกองทหารม้าเหล็กฝูถูจริงๆ หรือแม้แต่เคยเห็นกับตานั้นมีน้อยยิ่งนัก
พวกเขารู้เพียงว่ากองทหารม้าเหล็กฝูถูประหนึ่งหอเหล็ก เคลื่อนข้ามผืนดิน ไร้สิ่งใดต้านทานได้
“รายงาน! ท่านหานตูถ่ง แนวป้องกันสองปีกของทหารราบกองทัพซ่งเริ่มพังทลายเป็นบางจุดแล้ว”
“ดี!” หานฉางสวมหมวกเกราะ ปกป้องใบหน้าและลำคอไว้ เหลือเพียงดวงตาที่เปิดให้เห็น
เบื้องหลังเขามีทหารม้าเหล็กชั้นยอดที่สุดสามพันนาย ทุกคนสวมเกราะหนักและถืออาวุธทื่อ ต่างสวมหมวกเกราะป้องกันลำคอ
นี่คือกองทหารม้าที่แข็งแกร่งที่สุดใต้บัญชาของจินอูจู๋ ทหารทุกนายล้วนผ่านการคัดเลือกจากผู้ที่มีร่างกายกำยำแข็งแรงที่สุด
