“วนไปวนมา สุดท้ายก็มาถึงมือหลี่จั๋ว รองเสนาบดีตรวจการหรือ?” จ้าวหนิงถาม
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ฟังจนจบแล้ว เหตุใดเราจึงรู้สึกว่าราวกับวนเป็นวงกลม?”
“ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งนัก ตอนแรกก็เป็นหลี่จั๋วจากสำนักตรวจการ สุดท้ายก็วกกลับไปถึงหลี่จั๋วอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”
“หลี่จั๋วจะวกเป็นวงกลมไปทำไม?” จ้าวหนิงถามอีกครั้ง
“กระหม่อมโง่เขลา”
“เจ้าไม่รู้หรือ?”
“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ” เกาชิวตอบอ้อมแอ้ม
“แม้แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่รู้ แล้วเราจะมีเจ้าไว้ทำอะไร?”
เกาชิวรีบกล่าวว่า “บางทีเขาอาจอยากให้ไช่เหิงได้ลงมือสักครั้งพ่ะย่ะค่ะ”
“เพราะเหตุใด?”
เกาชิวตอบตามจริงว่า “เขาอยากให้คนภายนอกรู้ว่า ท่านไช่เป็นผู้โค่นท่านอัครเสนาบดีใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”
“เพราะเหตุใด?”
ฮ่องเต้ผู้ทรงพระปรีชาบ้าบอ...เอ๊ย เปี่ยมพระปรีชาผู้นี้ไปเอาคำถาม ‘เพราะเหตุใด’ มากมายเช่นนี้มาจากไหนกัน!
“เพราะหลี่จั๋วอยากถอนตัวออกมา ท่านอัครเสนาบดีใหญ่มีชื่อเสียงเลื่องลือ ผู้คนทั่วหล้าต่างชื่นชมว่าเขาทุ่มเทหน้าที่ ส่วนท่านไช่ก็อยากได้ตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำพูดเหลวไหลของกระหม่อม อย่าได้ถือเป็นจริงพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหนิงหัวเราะเสียงดัง ก่อนถามต่อว่า “หลี่จั๋วอาศัยมือท่านไช่โค่นจ้าวติ่งไปทำไม?”
คราวนี้เกาชิวถูกถามจนจนมุม
แต่เกาชิวก็ได้สติกลับมาในทันที แล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นกระหม่อมไปจับหลี่จั๋วมาสอบสวนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“เหลวไหล! หลี่จั๋วมีความผิดอันใดถึงต้องถูกจับ?”
เกาชิวถึงกับพูดไม่ออกอีกครั้ง ฮ่องเต้บ้าบอนี่ช่างรับมือยากเสียจริง!
หลี่จั๋วมีความผิดหรือ?
มีข้อไหนพิสูจน์ได้ว่าหลี่จั๋วมีความผิด?
เพราะสงสัยว่าเขาจงใจโค่นจ้าวติ่งหรือ?
