หลิวซีเหลือบมองหวังฝู่ เขาไม่คิดเลยว่าหวังฝู่จะพูดถูกจริง ๆ
เป็นเช่นนั้นจริง ชาวซีเซี่ยเองก็ไม่อยากรบ เพียงยกทัพมาตั้งไว้ตรงนี้เพื่อก่อกวนต้าซ่งและกดดันจ้าวกวนเจีย
ทว่าเมื่อช่วงเช้า หลิวซีเพิ่งได้รับคำสั่งจากหลิวฉี ให้เตรียมแสร้งโจมตีกองทัพซีเซี่ยทางเหนือของค่ายเว่ยหรง
หลิวซีกล่าวว่า “เรื่องนี้สำคัญยิ่ง ข้าตัดสินใจเองไม่ได้”
เหย่ฉือหรงกล่าวว่า “แม่ทัพสามารถรายงานขึ้นไปได้ ข้อเรียกร้องของพวกเราก็มิได้เกินเลย ขอเพียงแคว้นของท่านคืนอิ๋นโจวให้เรา ความขัดแย้งก่อนหน้านี้ก็เป็นอันยุติ”
“ได้ พวกเรารับปากว่าจะรายงานขึ้นไป” หวังฝู่ที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าว “ท่านพูดถูก การที่สองแคว้นทำศึกกันย่อมไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด พวกเราก็ยึดถือแนวทางสันติระหว่างสองแคว้นมาโดยตลอด”
พอได้ยินหวังฝู่กล่าวเช่นนี้ เหย่ฉือหรงก็ยินดีเป็นล้นพ้น เขาไม่คิดเลยว่ากองทัพซ่งจะยอมอ่อนข้อเร็วถึงเพียงนี้
ดูท่ากองทัพซ่งจะมีสิ่งที่หวาดเกรงอยู่จริง ๆ
หลังเหย่ฉือหรงจากไป หลิวซีก็กล่าวอย่างฮึกเหิมว่า “จัดระเบียบกองทัพเดี๋ยวนี้!”
เหย่ฉือหรงกลับไปยังกระโจมบัญชาการ แล้วรายงานตามจริงต่อซูอ๋องหลี่เหรินหลี่และแม่ทัพใหญ่หลี่เหลียงฝู่ ถึงการเจรจาที่ค่ายกองทัพซ่งในวันนี้
หลี่เหลียงฝู่กล่าวว่า “กองทัพซ่งรับปากว่าจะรายงานขึ้นไปง่ายดายเช่นนี้ หรือว่านี่จะเป็นกลยุทธ์ถ่วงเวลาของพวกเขา?”
หลี่เหรินหลี่ส่ายหน้า “แคว้นซ่งกำลังยกทัพไปปราบโครยอ จะถ่วงเวลาได้อีกนานเพียงใด? ในเมื่อหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ก็จงเร่งรัดกองทัพซ่งอย่างไม่ต้องกริ่งเกรง บอกพวกเขาว่า ขอเพียงคืนอิ๋นโจวให้เรา พวกเราจะถอนทัพทันที! ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะกล้าลงมือจริง!”
