ลวี่จื่อ “ชาวซีเซี่ยไม่รู้เรื่องนี้ พวกเขายังคงเพิ่มกำลังทหาร สถานการณ์ย่อมไม่คลี่คลาย!”
ลวี่จื่อพูดไม่ผิด ประเด็นสำคัญในยามนี้คือชาวซีเซี่ยปักใจเชื่อแล้วว่า ราชสำนักต้าซ่งทุ่มทรัพยากรส่วนใหญ่ไปยังโครยอ จึงกล้ากระโดดออกมาก่อความวุ่นวายในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้
สถานการณ์ศึกที่โครยอนับว่ามั่นคงแล้ว ทว่าชาวซีเซี่ยไม่รู้เรื่องนี้!
“เช่นนั้นพวกเราไปบอกชาวซีเซี่ยก็สิ้นเรื่อง” หลิวจื่ออวี่กล่าว
“เจ้าจะไปบอกชาวซีเซี่ยว่าราชสำนักเราพิชิตโครยอได้อย่างสิ้นเชิงแล้วหรือ?” ฟ่านจื้อซวีส่ายหน้า “หากเจ้าเป็นชาวซีเซี่ย เจ้าจะเชื่อหรือ?”
“คงไม่เชื่อเป็นแน่ ข้าคงคิดเพียงว่าชาวซ่งใช้กลอุบายหลอกลวงอย่างต่ำช้า” หลิวจื่ออวี่หัวเราะเจื่อน ๆ
“เพราะฉะนั้น ศึกที่อิ๋นโจวคงยากจะหลีกเลี่ยง”
สถานการณ์ในยามนี้จึงกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าก้าวต่อไปจะเป็นเช่นไร
แม้แต่จ้าวหนิง ผู้ข้ามกาลเวลามา ก็ยังไม่รู้
กล่าวได้เพียงว่า กลอุบายยุยงให้โครยอก่อศึกกับต้าซ่งของแคว้นจินนั้นแยบยลยิ่งนัก!
มันก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องเป็นทอด ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำให้ซีเซี่ยเริ่มเคลื่อนไหว
ซีเซี่ยเป็นมหาอำนาจประจำภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงเหนือ การเคลื่อนไหวของพวกเขาย่อมส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อดุลอำนาจทั่วแผ่นดินบูรพา
ลวี่จื่อเอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “หากสงครามซ่ง-เซี่ยปะทุขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ที่ได้ประโยชน์ก็ยังคงเป็นแคว้นจิน”
“ไม่ใช่ สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว” จางจวิ้นกล่าว “ในเมื่อราชสำนักชนะสงครามกับโครยอ สถานการณ์ในเหลียวตงและโครยอก็พลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง แคว้นจินจำต้องทุ่มกำลังทหารจำนวนมากขึ้นไปยังแนวรบด้านตะวันออก”
