เสียงแตรศึกของกองทัพซ่งดังกังวาน ทหารราบเกราะเหล็กเรียงแถวเป็นขบวน เริ่มจัดกระบวนทัพ
ลมเหมันต์พัดหวีดหวิวผ่านข้างหู เหล่าหนุ่มน้อยพ่นไอขาวออกจากปาก ใบหน้าแดงก่ำเพราะความหนาว ทว่าสีหน้ากลับเคร่งขรึม แผ่นหลังเหยียดตรง สายตามุ่งมั่น
ชาวฉินทนต่อศึกยืดเยื้อได้ดี ทหารเหล่านี้ล้วนเป็นบุตรหลานตระกูลดีที่เกณฑ์มาจากท้องถิ่นส่านซี
ในกองทัพ พวกเขาไม่ได้ฝึกฝนเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้อ่านหนังสือและฝึกเขียนอักษร ทุกคนล้วนมีจิตใจแน่วแน่ อีกทั้งยังได้รับการอบรมให้รักแผ่นดินมาเป็นอย่างดี
เวลานี้ กองทัพซ่งบนกำแพงเมืองค่ายเว่ยหรงมองเห็นธงทหารที่โบกสะบัดอยู่ท่ามกลางพายุหิมะแล้ว
ไม่นานนัก จางเชียน ตูอวี้โหวแห่งค่ายเว่ยหรงก็วิ่งขึ้นมาบนกำแพงเมือง
“กองหนุนมาถึงแล้ว!”
หลี่เฟย ชานจวินกล่าวว่า “กำลังจะเปิดศึกแล้ว!”
จางเชียนหันไปตะโกนว่า “แจ้งลงไป ให้ทั้งกองทัพรวมพล เตรียมประสานกับกองหนุนนอกเมืองทุกเมื่อ ต้องเล่นงานพวกโจรเซี่ยตะวันตกให้ตั้งตัวไม่ติด!”
“ทั้งกองทัพรวมพล!”
“ทั้งกองทัพรวมพล!”
เสียงกลองศึกดังก้องไปทั่วค่ายเว่ยหรง
ชาวบ้านที่กำลังผิงไฟอยู่ในเรือนต่างชะโงกหน้าออกมา
ชายชราที่ถนนหน้าบ้านวิ่งกลับเข้าไป ควานหาดาบของตนออกมา “จะรบกันแล้ว!”
กองทัพรักษาพระองค์เรียงแถวเป็นขบวน ถืออาวุธเดินออกมาจากด้านนอกอย่างเป็นระเบียบ มุ่งหน้าไปชุมนุมกันที่ประตูเมือง
เสียงแตรศึกแผ่ก้องเหนือกำแพงเมือง ชาวบ้านสามัญชนก็พากันออกมาเช่นกัน
บางคนสีหน้าเคร่งเครียด บางคนกระวนกระวายจนมิอาจสงบใจ
เด็กน้อยกอดบิดามารดาของตนไว้แน่น ผู้เฒ่าจับมือบุตรหลานอย่างอาลัยอาวรณ์ พลางเอ่ยถ้อยคำบางอย่าง
ผู้คนทยอยออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและสับสน
