ควันดำหนาทึบเป็นระลอกพวยพุ่งขึ้นจากในเมือง เสียงสังหารที่ดังก้องอยู่ภายในค่อย ๆ สงบลง
บริเวณปากประตูเมืองยังมีผู้คนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งยืนมุงดูอยู่มากมาย พวกเขามองชาวตะวันออกที่ถืออาวุธประหลาดด้วยแววตาฉงนและชาด้าน
แม้เมืองของตนจะถูกตีแตก พวกเขากลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
ปีที่ 8 แห่งรัชศกหลงซิง กองทัพซ่งตีกรุงแบกแดดแตก กองทัพหลักของราชวงศ์เซลจุกพ่ายถอยร่นครั้งแล้วครั้งเล่า ท้ายที่สุดสุลต่านองค์สุดท้ายก็ฆ่าตัวตายในแม่น้ำไทกริส
“ท่านแม่ทัพใหญ่ ชาวทูเจวี๋ยยอมจำนนทั้งหมดแล้ว” นายทหารผู้มีท่วงท่าองอาจสง่างามผู้หนึ่งควบม้าเข้ามา
“ทราบแล้ว”
ชายชรานั่งอยู่บนเก้าอี้ ใช้กล้องส่องทางไกลมองเมืองเบื้องหน้าแล้วกล่าวว่า “เจียเซวียนช่างกล้าหาญสมคำร่ำลือ”
“ฮ่า ๆ ๆ ทั้งหมดเป็นเพราะท่านแม่ทัพใหญ่วางแผนได้ยอดเยี่ยม ข้าจึงสามารถขับไล่กองหนุนของชาวทูเจวี๋ยได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะยึดเมืองนี้มาได้”
ซินชี่จี๋ถอดหมวกเกราะ แล้วปลดเกราะออกทั้งหมด รับน้ำจากคนข้างกายมากระดกดื่มอึกใหญ่ติดกัน
เขาเป็นนายทหารผู้เปี่ยมด้วยพละกำลัง แววตาคมกริบประหนึ่งแสงเย็นวาบกลางราตรี ลมหายใจกลับเปี่ยมพลังดุจมังกรเทพบรรพกาล
“ศึกครั้งนี้สิ้นสุดลง ข้าก็วางมือได้แล้ว ข้าเขียนจดหมายไปยังตงจิง ให้เจียเซวียนมารับหน้าที่ดูแลจวนผู้พิทักษ์อันซี”
