รุ่งขึ้น
ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเริ่มเผยแสงขาวนวลดั่งท้องปลา
แสงอาทิตย์สาดส่องยอดเขาเหอเยี่ยบนเขาถัวดำทางฝั่งตะวันตกของลำน้ำจื่อสุ่ย ทำให้ยอดเขาเปล่งประกายสีทองระยิบระยับ
หมอกไอจากหุบเขาลอยกรุ่นขึ้นมา ราวกับสายหยกขาวพันรอบเอวเขา
ไกลออกไป ทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งดูเปลี่ยวร้างไร้ขอบเขตท่ามกลางแสงรุ่งอรุณ
“ลุกขึ้น! รวมพล! เข้าแถว!”
“เร็วเข้า เร็วเข้า!”
เสียงตะโกนกึกก้องดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าภายในหอสัญญาณไฟหยานชิ่งตุน
ถัดมา เสียงฝีเท้าเร่งร้อนก็ดังตามมาเป็นระลอก
เหล่าทหารประจำป้อมรีบสวมเสื้อผ้า สวมเกราะหนัง คว้าทวนยาว หอบหายใจถี่ ทนลมหนาวยามเช้าของชายแดนเหนือ วิ่งไปยังลานโล่งในหอสัญญาณไฟ แล้วเข้าแถวเรียงหนึ่ง
จ้าวมู่หยุนกับหานจงแต่งกายพร้อมสรรพยืนรออยู่ก่อนแล้ว จ้องมองทุกคนเข้าแถวด้วยแววตาเย็นชา
เมื่อคืนตอนกินข้าว จ้าวมู่หยุนสั่งให้หานจงแจ้งเรื่องการฝึกพิเศษวันนี้แก่ทุกคนล่วงหน้า เพื่อให้พวกเขาได้เตรียมใจ
แต่เมื่อเห็นความเร็วในการรวมพลของเหล่าทหาร จ้าวมู่หยุนก็ไม่พอใจอย่างยิ่ง
ตั้งแต่ลุกจากที่นอนจนเข้าแถวเสร็จ คนเหล่านี้ใช้เวลาถึงครึ่งก้านธูป หรือเทียบกับปัจจุบันก็ราวสิบนาที
“พวกเจ้ารวมพลช้าเช่นนี้ ต่อให้หยิบอาวุธวิ่งไปถึงกำแพง พวกอนารยชนก็ประชิดเข้ามาฆ่าฟันแล้ว!”
“พรุ่งนี้ต้องรวมพลให้เสร็จภายในสามสิบลมหายใจ!”
“หากมีแม้แต่คนเดียวทำไม่สำเร็จ ทุกคนห้ามกินข้าว รวมถึงข้าด้วย!”
จ้าวมู่หยุนทำหน้าเย็นชา กวาดตามองทุกคนแล้วตะโกนเสียงดัง “ได้ยินกันหรือไม่!”
“ได้ยิน!”
ทุกคนขานรับพร้อมกัน
