ในที่สุดวันนี้หลินหร่านก็ทนไม่ไหว หลังมื้อเย็นเธอไม่กลับเข้าห้อง แต่ยกม้านั่งตัวเล็กไปนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องของหลินเหล่าซาน
เธอรออยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง กว่าจะเห็นเงาร่างลับ ๆ ล่อ ๆ ของหลินเหล่าซาน
หลินเหล่าซานเห็นว่าในลานบ้านไม่มีใคร ก็แอบถอนหายใจโล่งอก เขาไปที่ครัว ซดข้าวเย็นสองสามคำให้หมดอย่างรวดเร็ว จากนั้นค่อย ๆ ย่องเขย่งกลับห้อง กลัวว่าหากทำเสียงดังจะเรียกหลินหร่านมา
แต่ยังไม่ทันถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงเย็นชาดังขึ้น
“พี่สาม คิดจะหลบฉันไปถึงเมื่อไหร่?”
“น้องเล็ก? ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ?”
หลินเหล่าซานตกใจแทบตาย หัวใจเต้นแรงราวกับจะกระเด็นออกมา
แต่พอตั้งสติได้ เขาก็คิดจะวิ่งหนีทันที
ทว่าหลินหร่านเร็วกว่ามาก เธอคว้าแขนหลินเหล่าซานไว้ได้ในทันที
“พี่สาม ยังจำเรื่องที่รับปากฉันไว้ได้ไหม?”
หลินเหล่าซานหนีไม่พ้น จึงได้แต่สารภาพตามตรง
“น้องเล็ก จะโทษพี่ไม่ได้นะ พี่ไปช่วยหาให้จริง ๆ แทบจะกราบกรานเรียกเขาว่าบรรพบุรุษแล้ว แต่เขาไม่ยอมเอง พี่ก็หมดปัญญา”
“พี่ไปหาใครมาเนี่ย ใจดำขนาดนั้นเลย!”
หลินหร่านคิดในใจว่า นี่คบเพื่อนแบบไหนกันนะ
พอหลินเหล่าซานได้ยินหลินหร่านพูดเช่นนั้น ก็รีบแก้ต่างแทนสือเยี่ยน
“พี่เยี่ยนกลัวว่าชายหญิงอยู่ด้วยกันตามลำพังแล้วสอนพิเศษให้เธอ คนอื่นจะเอาไปพูดเสีย ๆ หาย ๆ เขาคิดถึงชื่อเสียงของเธอด้วย”
หลินหร่านได้ยินก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร พลันรู้สึกพูดไม่ออก
“หมอนี่คิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไง วัน ๆ เอาแต่กลัวคนเข้าใจผิด! กลัวคนเข้าใจผิด!”
“คราวก่อนฉันขุดผักป่ามา เขาก็ไม่กล้ารับเพราะกลัวคนเข้าใจผิด คราวนี้แค่สอนหนังสือกันเฉย ๆ ยังต้องกลัวอีก งั้นก็เชิญเขาขึ้นสวรรค์ไปเลยสิ ผู้หญิงบนโลกมีตั้งมากมาย เขาคงต้องคอยหลบหน้าทุกคนแน่!”
