สองแม่ลูกกำลังคุยกันอย่างออกรส จู่ ๆ ก็ถูกเสียงเคาะประตูแผ่วเบาขัดจังหวะ
เหอฮวาฟังแค่เสียงก็รู้แล้วว่ามีผู้ชายมาหาแม่ของเธออีกแล้ว
เป็นอย่างที่คิด เหอหม้ายรีบไล่เหอฮวากลับเข้าห้องตัวเองทันที
เหอฮวาชินเสียแล้ว เธอรู้ดีว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
ตอนแรกเธอยังรู้สึกขยะแขยงและอับอาย แต่พอเวลาผ่านไป เธอก็กินอาหารที่พวกผู้ชายเหล่านั้นเอามาให้ ใช้เงินที่พวกเขามอบให้ จนในที่สุดก็ด้านชาไปหมด
ดังนั้นเมื่อได้ยินคำพูดของเหอหม้าย เธอจึงไม่พูดอะไรสักคำ เดินกลับเข้าห้องเงียบ ๆ แล้วปิดประตู
แต่เสียงจากข้างนอกยังคงดังเข้ามาได้
“พี่เจิ้ง มาที่นี่ได้ยังไงคะ?”
“ก็คิดถึงแม่สาวน้อยจอมยั่วอย่างเธอน่ะสิ รีบมานี่ ให้ฉันหอมแก้มให้ชื่นใจหน่อย”
“โธ่ คุณนี่ล่ะก็...”
“ฮะ ๆ... ดูเธอจะชอบใจไม่น้อยเลยนี่?”
“...”
จากนั้นก็มีเสียงสวบสาบดังขึ้นพักหนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงครางของเหอหม้าย
ต่อให้เหอฮวาเอามือปิดหู ก็ยังได้ยินเสียงเหล่านั้นอยู่ดี ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว มุดตัวลงไปซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม
...
วันรุ่งขึ้นตอนเที่ยง ครอบครัวหลินหร่านกำลังกินข้าว จู่ ๆ ก็มีคนมาตามหลินเว่ยกั๋ว
“หัวหน้ากองพล แย่แล้วครับ! คนในกองพลตีกับพวกปัญญาชนไปแล้ว ห้ามยังไงก็ห้ามไม่อยู่ หัวหน้ากองพลรีบไปดูเถอะครับ อย่าให้มีใครเป็นอะไรไปเลย”
หลินเว่ยกั๋วได้ยินดังนั้นก็ไม่สนใจจะกินข้าวต่อ วางชามแล้วลุกออกไปทันที
“พวกเขาตีกันอยู่ที่ไหน?”
“ที่บ้านพักปัญญาชนครับ”
ทั้งสองเดินไปพลางพูดไปพลาง
หลินเหล่าซานได้ยินว่ามีเรื่องสนุกให้ดู ก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที เขากินข้าวอีกไม่กี่คำจนหมด เช็ดปากแล้วตามไปด้วย
หวังเจาอวี้เองก็อยากไปดูเหมือนกัน แต่พอเสิ่นเหวินฟางถลึงตาใส่ เธอก็รีบกลับไปเก็บชามอย่างว่าง่าย
