หยางปินเก็บศพทั้งหมดลงในแหวนมิติ จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ดาวเทียมออกมาอย่างไม่รีบร้อน แล้วโทรหาหลงจ้านกั๋ว
ไม่นาน เสียงของหลงจ้านกั๋วก็ดังมาจากปลายสาย
“พวกนั้นหนีไปทางเมืองกว่าน คงคิดจะกลับไป”
“กลับไปงั้นเหรอ?” มุมปากของหยางปินยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“คิดจะกลับไปตอนนี้ คงลำบากหน่อยแล้วล่ะ”
หลังวางสาย หยางปินก็ก้าวขึ้นกระบี่เหิน แล้วมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งแดนมิติว่างเปล่าในเมืองกว่านอย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง...
หัวหน้าเผ่าหลิงหินกำลังหนีสุดชีวิตไปทางปากทางเข้าแดนมิติว่างเปล่า
ตอนนี้เขาไม่สนแล้วว่าจะพาเจ้าตัวหายนะนั่นไปถึงเผ่าหลิงหินหรือไม่
ชีวิตตัวเองกำลังจะรักษาไว้ไม่อยู่แล้ว จะคิดมากไปทำไม
ขอแค่กลับไปถึงทวีปชิงเซียวได้ ยังไงก็ต้องมีทางแก้ หากไม่ได้จริง ๆ ก็ยังขอความช่วยเหลือจากเผ่าพันธุ์ชั้นสูงอื่นได้
เขาเร่งความเร็วถึงขีดสุด ระหว่างทางยังพบซอมบี้ที่เดินโซเซราวกับศพไร้วิญญาณอยู่เป็นระยะ แต่เขาไม่สนใจพวกมันเลยสักตัว
ไม่นาน ร่างของเขาก็มาถึงทางเข้าแดนมิติว่างเปล่า
ทว่าเมื่อมองไปยังห้วงมิติที่ว่างเปล่า ชายหนุ่มก็ถึงกับตะลึง
“ทางเข้าอยู่ไหน!?”
“ทำไมถึงหายไปแล้ว?”
ชายหนุ่มทำหน้ามึนงง ตอนขามาก็ยังดี ๆ อยู่แท้ ๆ ทำไมตอนนี้ถึงกลับไปไม่ได้แล้ว?
“หรือว่าเป็นอย่างที่ไอ้หนุ่มนั่นพูดจริง ๆ ทางเชื่อมปิดแล้ว?”
“แต่...ใครมีความสามารถมากพอจะปิดทางเชื่อมระหว่างสองโลกได้?”
หัวใจของชายหนุ่มดิ่งลงสู่ก้นเหว
เดิมทีเขาคิดว่าค้นพบโลกใบใหม่ที่สามารถขยี้เล่นได้ตามใจ ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นสุสานฝังศพของพวกเขา
