เมื่อเผชิญคำถามของหยางปิน ฉินฮุยกลับตอบเสียงเย็นชา “พวกแกฆ่าถังเฟิง เท่ากับตัดแขนฉันไปข้างหนึ่ง แถมยังทำให้ฉันเสียหน้า ฉันย่อมไม่ปล่อยให้พวกแกหาตัวคนได้ง่าย ๆ หรอก”
“คิดว่าฉันจะเชื่อหรือไง?” หยางปินแค่นเสียง ก่อนจะหันไปทางลิงผอม “ถามหมอนั่นดู”
“อืม”
ลิงผมหันไปมองฉินอวิ๋นอีกครั้งแล้วถาม “พวกแกสับเปลี่ยนตัวคนไปเพื่ออะไร?”
“ไม่รู้ ลุงสามคงอยาก...ถ่วงเวลา” ฉินอวิ๋นตอบอย่างเหม่อลอย
“ถ่วงเวลาไปทำไม?”
“อาจอยากได้...ตัวเป็น ๆ...”
“หุบปาก!” ฉินฮุยตวาดลั่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เสียงตวาดนั้นทำให้ฉินอวิ๋น ซึ่งหวาดกลัวเขามาโดยตลอด เผยสีหน้าขัดแย้งออกมา
“ไม่รู้! ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น!”
ฉินอวิ๋นส่ายหน้าไม่หยุด สีหน้าขัดแย้งยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ลิงผอมขมวดคิ้ว ก่อนจะเพิ่มแรงควบคุม
จู่ ๆ ฉินอวิ๋นก็หยุดดิ้น เอียงคอมองลิงผอม ใบหน้าเผยรอยยิ้มโง่งม
“ฮี่ ๆ...”
“ฮ่า ๆ...”
“.......”
“จบแล้ว กลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปแล้ว” ลิงผอมพูดอย่างจนปัญญา
“แกล้งทำหรือเปล่า?” หยางปินขมวดคิ้ว
“ไม่ใช่ ตอนนี้พลังพิเศษของฉันใช้กับเขาไม่ได้แล้ว ในหัวเขาว่างเปล่าไปหมด” ลิงผอมตอบอย่างจนปัญญา
นี่คือข้อเสียของพลังล่อลวง หากเจอคนที่ต่อต้านอย่างบ้าคลั่งแล้วยังฝืนควบคุม อีกฝ่ายก็มีโอกาสกลายเป็นคนปัญญาอ่อนได้ง่าย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เมื่อครู่ลิงผอมไม่กล้าฝืนควบคุมฉินฮุย
