“พวกคุณฆ่าคนของทางการหรือ?”
พอเข้ามา หวังรุ่ยข่ายก็เปิดปากถามทันที
“อืม ฆ่าแล้ว” หยางปินพยักหน้าอย่างใจเย็น
“.......”
“เฮ้อ ทำไมถึงวู่วามกันขนาดนี้ พวกคุณสร้างปัญหาใหญ่แล้วนะ นายกเทศมนตรีหม่าโกรธเรื่องนี้มาก ตอนนี้กำลังประกาศจับพวกคุณทั่วทั้งเมือง” หวังรุ่ยข่ายกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวดใจ
แต่หยางปินสังเกตเห็นมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยของเขา ไอ้นี่กำลังสะใจอยู่ชัด ๆ
“ประกาศจับก็ประกาศจับไปสิ” หยางปินตอบอย่างไม่ใส่ใจ
ถึงอย่างนั้น การเคลื่อนไหวใหญ่โตของทางการก็ทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย ดูเหมือนที่คาดไว้จะไม่ผิด ทางการอาจเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
“........”
“นี่เป็นหมายจับจากทางการเลยนะ คุณไม่กลัวหรือ?” ท่าทีไม่ยี่หระของหยางปินทำเอาหวังรุ่ยข่ายไปไม่เป็น
“เขาจะจับ ผมจะทำอะไรได้ล่ะ” หยางปินตอบอย่างจนปัญญา
“คุณทำอะไรไม่ได้ แต่ผมทำได้” หวังรุ่ยข่ายพูดอย่างกระตือรือร้น
“วิธีของคุณคงไม่ใช่ให้พวกเราเข้าร่วมตระกูลหวังหรอกนะ”
“ใช่แล้ว! ขอแค่พวกคุณเข้าร่วมตระกูลหวัง ผมรับรองว่าพวกคุณจะปลอดภัย!” หวังรุ่ยข่ายตบอกยืนยัน
“ดูท่าตระกูลหวังของคุณจะมีอิทธิพลไม่น้อย”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“ก็ได้ ผมจะลองคิดดู”
“หัวหน้าหยาง ผมหวังว่าคุณจะมองสถานการณ์ให้ออก ตอนนี้ไม่มีเวลาให้คุณคิดนานแล้ว ถ้ายังไม่ตัดสินใจ พรุ่งนี้คนของทางการอาจมาถึง พอถึงตอนนั้นพวกคุณก็จบเห่แน่!”
