ยามใกล้รุ่ง เสียงคำรามของสัตว์วานรค่อย ๆ สงบลง หยางปินกับเฉินห่าวก็กลับมาถึงหุบเขา
มีสัตว์กลายพันธุ์หลายตัวคอยเฝ้าอยู่ จ้าวคุนกับพวกจึงได้นอนหลับอย่างสบาย
อย่างไรเสีย ที่นี่พลังปราณเบาบาง ดาวเป่ยโต่วเก้าดวงก็ไม่ปรากฏ ต่อให้ฝึกฝนก็ไม่ได้พัฒนาอะไร สู้พักผ่อนเก็บแรงไว้ให้ดีจะดีกว่า
พอเห็นทั้งสองกลับมา ทุกคนก็รีบเข้ามาต้อนรับ
“เป็นไงบ้างหัวหน้า ได้อะไรมาเยอะไหม?”
“ก็พอได้อยู่ ได้คริสตัลพลังขั้นแปดกับขั้นเก้ามาหลายสิบก้อน พวกนั้นรวมกลุ่มกันหมดแล้ว เข้าไปจัดการยาก” หยางปินส่ายหน้าอย่างจนใจ
“ของฉันแย่กว่าอีก ฆ่าได้แค่สิบกว่าตัว โดนสัตว์วานรฝูงใหญ่ไล่ตลอดทั้งคืน” เฉินห่าวหัวเราะแห้ง ๆ
“.......”
“ดูท่าวิธีลอบโจมตีก็ใช้ไม่ได้แล้ว” ทุกคนถอนหายใจ
“อืม พวกนั้นระวังตัวกันแล้ว คิดจะลอบโจมตีอีกคงยากจริง ๆ” หยางปินพูดเสียงหนัก
“พวกนายเฝ้าดูไว้ ฉันกับห่าวจื่อจะนอนสักพัก พอถึงเที่ยงค่อยปลุก”
“ได้”
ทั้งสองทำงานกันมาตลอดทั้งคืน เหนื่อยล้าจริง ๆ โดยเฉพาะหยางปินที่ไม่ได้นอนมาสองคืนแล้ว เขาทิ้งตัวลงนอนทันที ส่วนคนอื่น ๆ คอยเฝ้าระวังอยู่รอบด้าน
จนถึงเที่ยง ทั้งสองจึงถูกปลุกให้ตื่น
จากนั้น ทุกคนก็เดินตามหยางปินไปยังแอ่งเขาซ่อนเร้นแห่งหนึ่งในเขตของสัตว์วานร
ที่นี่คือจุดที่หยางปินเลือกไว้เมื่อคืนว่าเหมาะที่สุด
อยู่ไม่ไกลจากฝูงสัตว์วานร และก็ไม่ไกลจากเขตของหมาป่าสีเลือดเช่นกัน
ดูจากระยะทางแล้ว สัตว์วานรต้องมาถึงก่อนแน่นอน แต่ประสาทรับกลิ่นของหมาป่าสีเลือดก็ต้องได้กลิ่นด้วย พอหมาป่าสีเลือดมาถึงแล้วเห็นสัตว์วานรกำลังกินเนื้อพวกเดียวกัน โอกาสที่พวกมันจะเปิดฉากสู้กันคงสูงมาก
